ย้อนกลับไปต้นยุค 2000s นั่นถือเป็นยุคทองของวงบอยแบนด์อย่างแท้จริง รูปแบบของวงที่มีนักร้องหนุ่มสี่ถึงห้าคนช่วยกันร้องประสานเสียงส่งพลังในท่อนคอรัสที่ชวนติดหู กลายเป็นสูตรสำเร็จที่ลงตัวอย่างมากของวงการดนตรีในสมัยนั้น หลาย ๆ วงสามารถแจ้งเกิดขึ้นมาได้ซึ่งหนึ่งในนั้นคือห้าหนุ่มจากดับลินอย่าง “Westlife” ห้าหนุ่มสัญชาติไอริชนำโดย นิกกี้ เบิร์น, คีแอน อีแกน, มาร์ค ฟีฮิลี, ไบรอัน แม็คเฟดเดน และ เชน ฟิแลน โด่งดังอย่างมากในฐานะนักร้องกลุ่มผู้เป็นตัวแทนของดนตรีป๊อปยุคมิลเลนเนียม บทเพลงของพวกเขาอย่าง ‘ My Love ’, ‘ Fool Again ’, ‘ Uptown Girl ’, ‘ If I Let You Go ’ และ ‘ Swear It Again ’ กลายเป็นผลงานที่ครองใจแฟนเพลงทั่วโลกอย่างมากในขณะนั้น ถ้าจะบอกว่า Westlife เป็นหนึ่งในศิลปินบอยแบนด์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดก็คงไม่เป็นการพูดเกินจริงแต่อย่างใด เพราะตามประวัติศาสตร์ชาติดนตรีพวกเขาเป็นอีกศิลปินที่ทำยอดขายได้มากกว่า 50 ล้านแผ่นทั่วโลก แรกเริ่มเดิมที Westlife เริ่มต้นด้วยสมาชิกห้าคน ก่อนที่หนุ่ม ไบรอัน จะขอถอนตัวออกจากวงไปในปี 2004 ซึ่งสมาชิกที่เหลืออีกสี่คนก็เดินหน้าทำผลงานต่อไปจนถึงปี 2012 แต่สุดท้ายพวกเขาก็ประกาศพักวงในปี 2012 พร้อมกับเหตุผลยอดนิยมที่ว่า “ อิ่มตัวกับงานเพลง ”

สมาชิกทั้งสี่ต่างหันไปใช้ชีวิตส่วนตัวของตัวเอง บางคนหันไปเขียนหนังสือ ขายเครป บ้างก็ไปอยู่ในรายการเต้น แต่ส่วนใหญ่ก็กลับไปทำหน้าที่หลักก็คือการเป็นพ่อของลูก แต่คนเราก็ไม่อาจทิ้งตัวตนที่แท้จริงของตัวเองได้ หลังทิ้งไมค์ไปนานในปี 2019 พวกเขากลับมาอีกครั้งพร้อมกับสตูดิโออัลบั้มชุดใหม่ล่าสุด Spectrum และเอเชียทัวร์ในรอบกว่าแปดปีที่ใช้ชื่อว่า “ Westlife The Twenty Tour ” โดยพิกัดแรกของพวกเขาในทัวร์ครั้งนี้คือประเทศไทยของเรานั่นเอง แม้จะหายหน้าหายตาไปนาน แต่บอกได้เลยว่าการกลับมาของทั้งสี่หนุ่มในครั้งนี้เต็มไปด้วยห้วงอารมณ์ที่ชวนให้นึกถึงความทรงจำในวัยเด็กของใครหลายคนได้เป็นอย่างดี วันนี้ Westlife จะพาเราย้อนเวลากลับไปเมื่อปี 1999 และกลับมาสู่ปี 2019 โดยใช้เวลาประมาณเกือบสองชั่วโมงตลอดการเดินทาง… เอ้า ไปเริ่มกันเลย เวลาประมาณสามทุ่มหน่อย ๆ สี่หนุ่มปรากฏตัวพร้อมกับเพลง ‘ Hello My Love ’ ผลงานจากอัลบั้มใหม่ พร้อมกับเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟน ๆ ลั่นฮอลล์หลังทั้งสี่โชว์สเต็ปร้องเต้นเป๊ะตั้งแต่แต่วินาทีแรก ไฮไลท์อีกอย่างของวันนี้คือ ocular บนเวทีด้านหลังที่เป็นจอแอลซีดีขนาดใหญ่ที่คอยฉายภาพประกอบเป็นฟุทเทจเก่าจากโชว์ก่อนหน้านี้และมิวสิควิดีโอจากเพลงต่าง ๆ บทเพลงที่สองอย่าง ‘ Swear It Again ’ ทำให้ผมรู้สึกเซอร์ไพรส์อย่างมาก เพราะคนดูทั่วทั้งฮอลล์ต่างช่วยกันส่งเสียงกรี๊ดเพื่อต้อนรับสี่หนุ่มกันอย่างเต็มที่ มันแสดงให้เห็นว่าแม้พวกเขาจะหายไปนาน แต่ดนตรีของพวกเขายังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนเพลงเสมอ เพลงที่สามพวกเขาหยิบผลงานจากวง Daughtry ที่เคยนำมา cover อย่าง ‘ What About now ’ มาโชว์ให้แฟน ๆ ได้ฟังกัน ก่อนจะเข้าเพลงฮิตในอดีตอย่าง ‘ My Love ’ โดยก่อนเข้าเพลงดังกล่าว เชน ได้พูดทักทายแฟน ๆ ไว้ว่า “ ทุกคนเป็นอย่างไรบ้าง พวกคุณกำลังมีช่วงเวลาดี ๆ ใช่ไหม พวกเรารู้สึกดีใจมากที่ได้กลับมาที่ไทย เพราะพวกเราไม่ได้มาที่นี่นานมากแล้ว ยินดีต้อนรับสู่ Westlife The Twenty Tour ซึ่งที่นี่เป็นโชว์แรกในเอเชีย และเราจะพาทุกคนย้อนความทรงจำ 20 ปีที่ผ่านมา เราจะร้องหลายเพลงที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี เราจะมาสนุกด้วยกัน และเพลงนี้เป็นเพลงที่พิเศษ และเคยฮิตติดอับดับ 1 ที่ไทยมาแล้ว เพลงนี้ชื่อเพลงว่า My Love ” ทั้งสี่ปิดท้ายช่วงแรกด้วยเพลงสนุก ๆ อย่าง ‘ When You ’ ra Looking Like That ’ ที่หนุ่ม เชน ได้โชว์การเอนเตอร์เทนให้คนลุกมาเต้นร่วมกับพวกเขา ก่อนที่ทั้งสี่จะลงจากเวทีไปและกลับขึ้นมาในเพลงฮิตสนุก ๆ ในอดีตอย่าง ‘ Uptown Girl ’ หลังจบเพลง Westlife ได้ทำการเปิดคลิปแอนิเมชันพิเศษที่มีตัวละครเป็นพวกเขาทั้งสี่กำลังใช้ชีวิตส่วนตัวก่อนจะถูกเรียกตัวกลับมาทำภารกิจในฐานะ Westlife อีกครั้ง เพื่อนำเข้าเพลงฮิตอย่าง ‘ If I Let You Go ’ ที่งานนี้ทั้งสี่โชว์เต้น คิวเป๊ะ ชนิดบอยแบนด์เกาหลียุคนี้มีอาย คราวนี้ถึงคิวหนุ่ม นิกกี้ พบปะประชาชน เขาเริ่มต้นพูดว่า “ สวัสดีครับประเทศไทย ” ก่อนจะให้คนทั้งฮอลล์ช่วยต่อ เพราะเขาไม่รู้คำอื่นเท่าไหร่ ก่อนจะหันหน้าไปหาหนุ่มมาร์คและถามว่ารู้คำอื่นไหม ไหนพูดว่าขอบคุณซิ ซึ่งเจ้าตัว ( มาร์ค ) ก็ไม่รู้ ( แต่ระหว่างโชว์ก็มีเดินลงมาถามแฟน ๆ ข้างหน้าว่าพูดอย่างไร ) สุดท้ายเขาเลยบอกว่าจะสอนพูดขอบคุณเป็นภาษาไอริชแทน ก่อนจะพูดว่าเพลงต่อไปมาจากอัลบั้มใหม่ที่ได้ทำงานร่วมกับ เอ็ด ชีแรน อย่าง ‘ Better Man ’ ก่อนทั้งสี่จะลงจากเวทีไปและกลับมาพร้อมกับความช่วง tribute เพลงของวงควีน เพลงดังอย่าง ‘ Another One Bites the Dust ’, ‘ Radio Gaga ’, ‘ I Want to Break Free ’, ‘ Somebody to Love ’, ‘ Don ’ metric ton Stop Me now ’, ‘ We Will Rock You ’, ‘ We Are the Champions ’ ถูกหยิบมาถ่ายทอดผ่านเสียงของทั้งสี่ ซึ่งนี่ถือเป็นโชว์ที่ดีมากทีเดียว พวกเขาแสดงให้เห็นถึงไดนามิค บาลานซ์ ในการร้องที่ดีมากโดยเฉพาะในท่อนคอรัส ในช่วงต่อไปพวกเขาได้เปิดคลิปที่พูดถึงเส้นทางก่อนมาเป็น Westlife ของแต่ละคน พวกเขาบอกว่ามันเหมือนฝันยิ่งกว่าฝันอีกที่มาถึงจุดนี้ มันบ้ามากเลยกับความสำเร็จที่ได้มา แน่นอนพูดถึงความฝันขนาดนี้เพลงต่อไปก็คือ ‘ I Have a Dream ’ ช่วงต่อไปเป็นโชว์แบบอะคูสติก ที่ดูเป็นกันเองมาก ๆ ทีเดียว พวกเขาเปิดด้วยเพลง ‘ Unbreakable ’ ก่อนจะโชว์ร้องเพลงนอกสคริปต์ เรียกได้ว่าเป็นการร้องที่นึกอะไรออกก็ร้องเลย ทำให้โชว์ออกมาดูสบาย ๆ ให้อารมณ์เหมือนเรานั่งเล่นร้องเพลงกับเพื่อนแล้วคอยถามกันว่า “ จำเพลงนี้ได้ไหม ” “ เราเลือกเพลงยากมาก เอาเพลงนั้นเพลงนี้เข้า ๆ ออก ๆ แต่จะเลือกที่ทุกคนร้องได้ ” เชน กล่าว ซึ่งมีหลายเพลงที่แฟน ๆ ต่างก็ร้องตามกันได้อย่าง ’ I ’ meter Already There ’, ‘ When You Tell Me That You Love Me ’, ’ Don ’ t Let Me Go ’, ‘ Zombie ’ ( The Cranberrys ), ‘ More Than Word ’

SEE ALSO  Rolex’s ‘Pepsi’ GMT Master II Is the Most Talked About Watch Release of 2018

Read more: 2018 – 2020 Vespa Primavera 150

นี่ถือเป็นช่วงปล่อยมุกของทั้งสี่ที่เรียกเสียงฮาให้แฟน ๆ ได้ยิ้มกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะหนุ่มมาร์คที่แซวตัวเองว่าในเพลง ‘ Seasons in The Sun ’ หลายครั้งตอนไปออกทีวี เขาก็เหมือนทุกคนที่ชอบร้องมั่ว ๆ หลังท่อน “ we have joy, we have fun, we have seasons in the sun ” ซึ่งหลังเปิดช่วงตลกคาเฟ่ไปสองสามนาที เชน ก็กลับมาพูดว่าเพลงต่อไปที่จะร้องคือเพลงที่เขาอยากจะร้องร่วมกับแฟน ๆ มาโดยตลอด นั้นก็คือเพลงฮิตอย่าง ‘ Fool Again ’ ด้าน นิกกี้ เล่าต่อก่อนเข้าเพลง ‘ Queen of My Heart ’ เพื่อปิดช่วงนี้ว่า “ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2001 เราบันทึกเสียงเพลงนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ Westlife กำลังมีช่วงเวลาที่ดี ได้เดินทางรอบโลกและโดยเฉพาะที่เอเชียที่ทำให้ทุกอย่างดูพิเศษขึ้นมาก ๆ ” มาถึงช่วงท้ายของโชว์ มาร์ค พูดก่อนเข้าเพลงต่อไปว่า “ ขอบคุณสำหรับความทรงจำดี ๆ และเพลงที่ฮิต ๆ ของพวกเรา แม้วันนี้มันจะเป็นการชวนกลับไปถึงเพลงเก่า ๆ เหล่านั้น แต่ตอนนี้พวกเราจะร้องเพลงใหม่จากอัลบั้มล่าสุด อยากให้ทุกคนยืนขึ้นและร้องไปกับเรา เพลงนั้นชื่อว่า ‘ Dynamite ’ ” ช่วงก่อนเพลงสุดท้ายของโชว์แบบไม่เป็นทางการ ถึงคราวหนุ่มคีแอน เป็นตัวแทนเพื่อน ๆ พูดทิ้งท้ายกับแฟน ๆ นับพัน “ สมัยก่อนยังต้องซื้อเทปและซีดี พวกคุณยังจำมันได้ไหม แต่ตอนนี้ทุกคนใช้ Spotify กันใช่ไหม ผมไม่ค่อยรู้หรอก ผมแก่เกินไปสำหรับอะไรแบบนี้ แต่ถ้าพวกคุณใช้ก็อย่าลืมฟัง Dynamite โอเคไหม และเราจะออกอัลบั้มใหม่ตอนปลายปี และใครจะไปรู้ล่ะ เราอาจกลับมาที่นี่อีกก็ได้ ตอน Westlife กลับมารวมกัน พวกเราก็คิดนะว่า แฟน ๆ ยังจะสนใจเราไหมหลังจากผ่านมา 20 ปีแล้ว ตอนแรกเราทัวร์ที่อังกฤษซึ่งเหมือนบ้านเกิด ซึ่งดีมาก ๆ จนต่อมาก็มีคำเชิญต่าง ๆ ว่า อยากมาทัวร์ที่เอเชียไหม เราก็เลยบอก แน่นอนอยู่แล้ว และก็รู้สึกดีมากจริง ๆ ที่ทุกคนมาหลังจากผ่านมาเป็น 20 ปีแล้ว ตอนนี้เราจะต้องบอกลากันแล้วหลังจากเพลงนี้ ” ‘ You Raise Me Up ’ กลายเป็นตัวแทนสุดท้ายของพวกเขาในโชว์นี้ ซึ่งความพิเศษอยู่ที่เหล่าแฟนเพลงต่างพากันทำโปรเจกต์ ด้วยกันพร้อมใจชูกระดาษที่มีข้อความว่า “ Beside You Forever ” ซึ่งทำเอาสี่หนุ่มประทับใจอย่างมากก่อนจะลงจากเวทีไป แต่แน่นอนพวกเขาไม่ได้ไปแล้วไปลับ พวกเขากลับขึ้นมาตามคำเรียกร้อง และทิ้งท้ายกับช่วง encore ด้วยเพลง ‘ Flying Without Wings ’ และ ‘ World of Our own ’ เป็นการปิดคอนเสิร์ตในครั้งนี้อย่างสมบูรณ์ ภาพรวม : หลายคนรวมถึงผมโตมากับวงนี้ เราเหมือนโตมาพร้อม ๆ กันกับพวกเขา แน่นอนเรื่องนี้มันกลายเป็นมากกว่าแค่การมา enjoy ร่วมกับคอนเสิร์ต สุดท้ายมันคือการชวนให้เรารำลึกถึงช่วงเวลาในอดีตที่เหมือนหลักไมล์ของแต่ละคน แม้ปัจจุบันวงบอยแบนด์ในยุคเดียวกันกับ Westlife ต่างก็ล้มหายตายจากกันไปมาก แต่ก็มีหลายวงที่พยายามจะกลับมาสู่วงการอีกครั้ง ด้วยการออกผลงานใหม่หรือออกทัวร์อีกครั้ง บางวงก็ได้รับการตอบรับที่ดี บ้างก็แป้กตามระเบียบ ซึ่งถ้าให้พูดกันตรง ๆ บอยแบนด์อาจเป็นรูปแบบที่อาจดูเชยไปแล้วสำหรับยุคสมัยนี้ ยิ่งถ้าเป็นวงที่มีสมาชิกส่วนใหญ่อยู่ในฐานะตัวประกอบของนักร้องหลักก็ยิ่งแล้วกันใหญ่ เพราะนี่ไม่ใช่ยุคที่จะอาศัยคนดังหรือเก่งสุดแค่คนเดียวดันวงไปเหมือนสมัยก่อนแล้ว ซึ่งความสามารถของแต่ละคนใน Westlife ที่ร้องได้ดีทุกคน ทำให้พวกเขาไม่ถูกปัจจัยนี้กลืนกิน แถมมิหนำซ้ำยังทำให้เห็นอีกว่าว่าดนตรีในแบบพวกเขา “ เทรนด์ ” ไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จเลยแม้แต่นิดเดียว สุดท้ายสิ่งที่น่าเสียดายมาก ๆ ก็คือโชว์ในครั้งนี้เลือกที่จะใช้ดนตรีจาก backing track แทนที่จะเป็นดนตรีสด ( โอเคอาจจะมาจากความต้องการของวง รวมถึงการจัดการที่อาจจะง่ายขึ้นง่ายกว่า ) แน่นอนความสดความเป็นธรรมชาติ มิติ และเสน่ห์ของการแสดงมันได้หายไปจากปัจจัยข้างต้น ถ้าให้เปรียบเทียบมันก็เหมือนกับคุณได้กินส้มตำใส่มะนาวปลอม แทนที่จะเป็นมะนาวจริง ๆ นั่นแหละ ขอขอบคุณภาพจาก Live Nation BEC-Tero และ Unusual Entertainment

SEE ALSO  ขายรถ Jeep มือสอง ราคาดี ทั่วประเทศ

Read more: 5 ทรงผมสั้นสุดฮิตสำหรับคนหน้าเล็กปี 2020

source : https://usakairali.com
Category : Hair

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

https://aariwork.in/wp-includes/article/ https://www.escapefromwatchtower.com/slot-online/ https://thebakersavenue.com/wp-includes/slot-online/ https://www.antiquavox.it/live22-indonesia/ https://ogino.co.uk/wp-includes/slot-gacor/ https://www.amarfoundation.org/slot-gacor/