การกลับมาของดร. ป๊อป และการเปิดใจบอกเล่าทุกความรู้สึก

“ดร. ป๊อปคนนี้คือคนใหม่ ไม่ใช่คนเดียวกับเมื่อ 13 ปีที่แล้ว”
 

ดร. ป๊อป คือจุดเริ่มต้นของ สังคมนิยายแฟนตาซีออนไลน์เว็บเด็กดี  
 

คุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับ ดร. ป๊อป ที่เอ่ยชื่อปุ๊บ ทุกคนร้องอ๋อ แทบไม่ต้องแนะนำต่อว่าเป็นใครมาจากไหน เพราะนามปากกานี้ อยู่คู่กับเว็บเด็กดีมาตั้งแต่แรกเริ่ม และคงไม่เกินไปถ้าจะสรุปว่าคือจุดเริ่มต้นของ

จะเห็นว่าช่วงเดือนที่ผ่านมา ดร. ป๊อป มาปรากฎตัวในหน้าบทความของ Writer บ่อยครั้งมากขึ้น ที่เป็นยังงี้ก็เพราะ เจ้าตัวกำลังมีผลงานใหม่ เรื่อง Fate Diary บันทึกพลิกโลก ตีพิมพ์กับสนพ. นานมีบุ๊คส์ ซึ่งพี่ตินอ่านจบแล้ว ก็ขอพูดอย่างไม่ลำเอียงเลยว่า… สำนวนของนักเขียนคนนี้ พัฒนาขึ้นมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสมัยเขายังเป็นเด็ก อยู่ในช่วงสร้างเนื้อสร้างตัวกับผลงานสุดฮอตอย่าง ไวท์โรด
 

ดูจากกระแสหลายๆ อย่างที่ตอบรับกลับมาหลังจากลงบทสัมภาษณ์และเรื่องราวของนักเขียนเด็กดีคนนี้ ก็พอจะเดาได้ว่าน้องๆ หลายๆ คน ก็คงจะมี “ข้อกังขา” อยู่ไม่น้อย เพราะหลายคนก็โพสต์แสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา ดังนั้น วันนี้ พี่ตินก็เลยจับดร. ป๊อปมานั่งเก้าอี้เปิดใจ พูดคุยบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาให้ทุกคนได้ฟังกัน
 

พร้อมแล้ว ไปกันเลยนะ  
 


 

ดร. ป๊อป พูดถึงอดีต

“ตอนเด็กๆ ป๊อปยอมรับว่าเป็นคนเฟี้ยวฟ้าวอยู่นะ เพราะป๊อปมีชื่อเสียงเร็วมาก พอเป็นอย่างนั้น มันรับมือไม่ได้ ปรับตัวไม่ได้ ก็เกิดกระแสหลายอย่างกับเรา ยอมรับว่าเสียเพื่อนดีๆ ไปเยอะ เพราะนิสัยเห็นตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล เป็นคนดังนะ มีชื่อเสียง แต่เราไม่มีความสุข ไม่มีเพื่อนแท้ มีแต่คนที่คบกันไปยังงั้น คือเรารู้สึกดีกับเขา แต่เขาไม่ได้รู้สึกกับเราด้วย ยิ่งเข้ามหาวิทยาลัย ยิ่งธาตุไฟแตก ตัวพ่อมาก คนก็ไม่คบ เพราะเราแรงมาก แต่ตอนนั้น ไม่ได้คิดนะว่าตัวเองผิด แค่คิดว่าคนอื่นไม่เข้าใจเรา เรียกได้ว่าช่วงนั้น ผมเจอคนมากมาย เจอความรักและเสียความรักไปทุกรูปแบบ ไม่มีรักแท้
 

จนกระทั่งล่าสุด เหตุการณ์ที่ทุกคนน่าจะเคยได้ยิน ป๊อปคิดฆ่าตัวตาย รู้สึกว่าโลกโหดร้าย เรารักใครก็ไม่มีใครรักเรา โทษคนอื่นหมด แต่ไม่มองตัวเองว่าเพราะการกระทำของเรา ทำให้เราได้สิ่งนี้กลับมา แต่พอตัดสินใจจะฆ่าตัวตาย เปิดมือถือมา เห็นข้อความและสายที่ไม่ได้รับเป็นร้อย ทุกคนตามหา ทำให้เราคิดได้ว่า ขนาดเรานิสัยแบบนี้ คนส่วนหนึ่งยังรักและเป็นกำลังใจให้เรา ทำไมเราไม่ทำตัวให้ดีขึ้นล่ะ”
 

ดร. ป๊อป พูดถึงหนังสือที่ได้อ่าน  

“หลังจากวันที่คิดจะทำตัวให้ดีขึ้น ป๊อปหันหน้าเข้าหาหนังสือ อ่านเป็นร้อยเล่ม เพื่อให้ตัวเองมีจิตวิทยาที่ดีขึ้น เข้าใจตัวเองและเข้ากับคนอื่นให้ได้ ในที่สุด จากคนที่คิดจะตาย ก็กลายเป็นคนที่เข้าใจตัวเอง เข้าใจโลก รู้จักให้อภัย และพร้อมจะเปลี่ยนตัวเอง เมื่อก่อน เราคิดแต่ว่าจะเปลี่ยนคนอื่น แต่หลังจากได้คิด เราเข้าใจแล้วว่าเราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ ต้องเปลี่ยนตัวเองก่อน ป๊อปว่าป๊อปเปลี่ยนไปแล้วนะ ไม่ใช่ดร. ป๊อปเมื่อ 13 ปีที่แล้ว แต่มันคือดร. ป๊อปคนใหม่
 

SEE ALSO  ชลรัศมี งาทวีสุข - วิกิพีเดีย

หนังสือที่ป๊อปอ่านมากๆ ส่วนใหญ่เป็นพวกหนังสือจิตวิทยา จูงใจ เข้าใจคน เดล คาเนกี้ เป็นไอดอลคนหนึ่งของป๊อป อ่านแล้วเราเข้าใจตัวเอง เมื่อก่อนถึงป๊อปจะมีชื่อเสียง แต่ไม่ยิ้ม เพราะไม่สนใจคนอื่น คิดถึงแต่ตัวเอง เดี๋ยวนี้พยายามยิ้มให้มากขึ้น เวลาไปพบใคร ก็พยายามพูดให้เขาสบายใจ ปีที่แล้ว ป๊อปอ่านหนังสือเกือบ 200 เล่ม เดอะซีเคร็ต เดอะแมจิกอ่านหมด รู้สึกดีมากที่ได้อยู่กับหนังสือ เมื่อก่อน ป๊อปไม่ค่อยอ่านหนังสือ เพราะรู้สึกว่าอยากมีแนวทางเป็นของตัวเอง แต่นาทีนี้ ป๊อปเปลี่ยนไปแล้ว การอ่านหนังสือส่งผลต่อภาษาของเราด้วย ทำให้เรารู้ว่าตอนแรกที่เข้ามาวงการ เราพลาดมากที่ไม่อ่านหนังสือเลย ใครทักว่าทำไมไม่อ่าน เราโต้ตอบเสมอว่าดูหนังไง เล่นเกมไง จริงๆ มันก็เขียนได้นะ แต่ดีหรือเปล่านี่อีกเรื่อง พออ่านหนังสือมากๆ นี่รู้เลยว่ามันมีภาษาบางอย่างที่เราไม่มีทางสัมผัสได้ ถ้าไม่ได้อ่าน นักเขียนยิ่งเก่งนี่ ภาษาเขาสุดยอด คำพวกนี้มาได้ยังไง เขาไปเจออะไรมาถึงคิดอะไรแบบนี้ได้ พอคิดได้อย่างนี้ ป๊อปเลยตะลุยอ่านรัวเลย เพราะรู้ว่าอ่านหนังสือดีต่อจิตใจและยังดีต่อผลงานของเราด้วย”  
 

ดร. ป๊อป พูดถึงหนังสือเล่มใหม่  

งานเขียนเล่มนี้ Fate Diary บันทึกพลิกโลก วางไว้สามภาคครับ เดิมทีเล่มนี้คือ World and a Doll นะ เป็นเล่มสามต่อจาก Boy and a Doll และ Girl and a Doll แต่ไปๆ มาๆ ป๊อปตัดสินใจใหม่ วางเป็นซีรี่ส์ใหม่ดีกว่า คล้ายๆ ฮอบบิทกับลอร์ดออฟเดอะริงที่แยกจากกัน ที่ตัดสินใจเขียน เพราะป๊อปอยากทำอะไรใหม่ๆ ให้ตัวเอง หนังสือเล่มนี้ แฟนตาซีไซไฟก็จริง แต่แทรกดราม่าด้วย เป็นเรื่องเกี่ยวกับสมุดเล่มนึง สร้างขึ้นเมื่อหลายหมื่นปีที่แล้ว ผู้ครอบครองสมุดเล่มนี้ จะรู้แจ้งเห็นจริงทุกอย่าง คือถ้าตกอยู่ในมือคนทั่วไป น่าจะฟันธงได้เลยว่าดีหรือร้าย แต่เมื่อตกไปอยู่ในมือของปีศาจครึ่งเทพ ก็จะเกิดความขัดแย้งในตัวว่าจะนำไปใช้ในด้านดีหรือร้ายดี สมุดเล่มนี้ท้าทายคุณ ถ้าได้ครอบครองอำนาจ คุณจะทำอะไรบ้าง จะใช้มันเพื่ออะไร ตัวเอกอีกคนคือ แอนดี้ ตำรวจที่เสียลูกไป ในที่เกิดเหตุ มีสัญลักษณ์ของดวงตาสีเลือดและกระสุนทิ้งไว้ แอนดี้ต้องหาคำตอบให้ได้ว่ามันคืออะไร โดยผู้ที่จะช่วยเขาได้ก็คือเพกาซัส เป็นคนที่มีพลังของเทพ สามารถสร้างมิติได้เอง แต่มีนิสัยเสียคือรักใครไม่เป็น คือหนังสือเล่มนี้ จะมีทั้งเรื่องลึกลับ ผจญภัย สืบสวนสอบสวน แฟนตาซี แต่ก็มีดราม่า สะท้อนความเป็นมนุษย์ด้วย ตัวละครมีมิติมากขึ้น เล่มนี้แก้หลายรอบมากครับ
 

ส่วนที่เลือกนานมีบุ๊คส์ เพราะสนพ. นี้อยู่กับป๊อปมาตั้งแต่เข้าวงการ คุณสุวดี เป็นผู้ใหญ่ที่มีพระคุณกับป๊อปมาก ช่วงปี 2552 ท่านทาบทามให้ป๊อปทำหนังสือกับนานมี ก็เลยไม่ลังเลที่จะทำ ตั้งแต่นั้น ป๊อปก็รักนานมีบุ๊คส์มาก อีกอย่าง ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ป๊อปได้ทำทอล์กโชว์ช่วยเหลือวัยรุ่นทั่วประเทศ เนื้อหาเกี่ยวกับตัวเอง การตามหาความฝัน ความหวัง ไม่ได้สอนให้เด็กเก่งอย่างเดียว แต่ต้องรักเป็นด้วย เพราะฉะนั้น มันเหมือนป๊อปเป็นพนักงานในนานมี เราทำงานกับทุกฝ่าย ทั้งกองบรรณาธิการ ฝ่ายกิจกรรม การตลาด ทุกคนเห็นป๊อปตั้งแต่เด็ก ถือเป็นสนพ. ที่อบอุ่นที่สุดแล้ว เขาดีกับเราขนาดนี้ เราจะไม่ดีกับเขาได้อย่างไร”
 

ดร. ป๊อปพูดถึงตัวเขาเอง (เปรียบเทียบกับหนังสือ) 
 

SEE ALSO  How to get to สนามบาส in Muang Pathum Thani by Bus?

“ถ้าถามว่าป๊อปเหมือนหนังสือประเภทไหน ขอตอบว่าเป็นหนังสือที่ต้องอ่านจบหน้านึงก่อน เนื้อหาหน้าต่อไปถึงจะผุดขึ้นมา เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเนื้อหาต่อไปจะเป็นอย่างไร บางที มันอาจไม่มีตอนจบด้วยซ้ำ ณ ตอนนี้ ป๊อปกลายเป็นคนไม่ตั้งจุดสูงสุดในชีวิต เมื่อก่อนเคยให้สัมภาษณ์ว่า ฉันประสบความสำเร็จแล้ว ตอนนี้ รู้แล้วว่ามันคือการฆ่าตัวตายทางอ้อม ทุกวันนี้ ป๊อปคิดเสมอว่า ฉันเก่งแหละ แต่ก็ยังมีมุมโง่ เพราะถ้าเราคิดว่าตัวเองโง่ เราก็จะพยายามหาทางให้ตัวเองฉลาดขึ้น คือจะไม่มีมาพูดว่าฉันฉลาดแล้ว ดีแล้ว ความสำเร็จวันนี้น่ะดีจริง ยอดขายดีมันใช่ แต่มันต้องดีกว่านี้ เราต้องพร้อมเรียนรู้ พร้อมที่จะเก่งขึ้น พร้อมให้ใครต่อใครมาสอนเราตลอดเวลา เมื่อไหร่ที่คิดว่าตัวเองเก่ง นั่นคือการสร้างกำแพงอีโก้ แล้วกำแพงนี้พังทลายยากด้วย เวลาคุณมีอีโก้ ใครพูดอะไร คุณก็ไม่เชื่อ สุดท้าย กำแพงก็ถล่มทับตัวเอง ทุกวันนี้ ป๊อปแค่เขียนหน้านี้ให้ดีที่สุด อาจจะรีไรท์จนกว่าจะพอใจ แต่สิ่งที่ป๊อปพอใจในตอนนั้น ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด วันต่อมา อาจมีสิ่งที่ดีกว่านั้นก็ได้ นั่นคือนิยามของป๊อป ใช้ความผิดพลาดในหน้าที่ผ่านๆ มา เพื่อทำให้หน้าปัจจุบันดีขึ้น
 

ดร. ป๊อปพูดถึงนัก (อยาก) เขียน  

“ป๊อปเองก็ไม่ได้รู้ทุกอย่าง ไม่ได้สอนได้หมด แต่ถ้าให้บอก ป๊อปอยากให้คนที่อยากตามฝันทำเลย อยากทำก็ต้องลงมือ ป๊อปเคยเรียกตัวเองว่า “นัก (อยาก) เขียน” และป๊อปก็เขียนตลอด ดีหรือไม่ดี ก็ต้องเขียน เขียนไม่ดีอ่านทวนแล้วก็แก้ได้ ยิ่งเขียน เราจะยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ จำไว้ ไม่มีใครเขียนดีได้ตั้งแต่วันแรกหรอก ป๊อปมองว่าพรสวรรค์ไม่มีจริง มีแต่ “พรแสวง” ถ้าชอบอะไร จงทำให้บ่อยที่สุด แล้วผลตอบแทนจะมหัศจรรย์จนคาดไม่ถึง ถ้าไม่เขียนบ่อยๆ ป๊อปก็คงเขียนหนังสือไม่ได้ ก็เหมือนนักร้อง ถ้าไม่ร้องเพลง เขาก็คงร้องไม่ได้ ส่วนเสียงติชม มันคือกำไร แต่ที่ต้องระวังคือคำชม เพราะเหมือนดาบสองคม ไม่ทำให้เราอยู่กับที่ก็ถอยหลังไปเลย คำตินี่สิ จะทำให้คุณอยากไปต่อ แม้ว่ามันอาจจะหนักหนา แต่ก็จะผลักดันให้เราต่อสู้ เมื่อก่อน ป๊อปเดือดร้อนกับคำวิจารณ์มาก แต่เดี๋ยวนี้เฉยๆ ใครจะชมหรือติ เราเฉยๆ หมด ชมก็ขอบคุณ แต่ไม่ได้ว้าวมาก ส่วนเรื่องคำติ ก็เฉยๆ เพียงแต่ว่าจะฟัง เพราะอยากรู้ว่ามีประโยชน์บ้างไหม ถ้าเจอสิ่งที่มีประโยชน์ ก็จะนำมาปรับใช้ การเขียนหนังสือ เป็นศิลปะ และศิลปะก็ต้องโดนวิจารณ์ เป็นเรื่องปกติครับ” 
 

ดร. ป๊อป พูดทิ้งท้าย ฝากถึงทุกคนที่ยังนึกถึงเขา  

“อยากให้ลองอ่านผลงานใหม่นี้ครับ และต้องขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามกัน ยินดีนะ แม้ว่าจะผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว ทุกคนก็ยังคิดถึงป๊อปเสมอ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบหรือรู้สึกอย่างไร ป๊อปขอยกตรงนี้ให้เป็นสิทธิ์ของคุณ แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณที่พูดถึงและระลึกถึงเสมอ ถ้าหากมีโอกาส ก็แวะมางานเปิดตัวหนังสือ Fate Diary บันทึกพลิกโลก ในวันที่ 30 เมษายน 2558 ได้นะครับ”

จบลงไปแล้วกับบทสัมภาษณ์ของ ดร. ป๊อป พี่ตินขอทิ้งท้ายด้วยการพูดถึงหนังสือเรื่องใหม่ของเขาแบบสั้นๆ Fate Diary บันทึกพลิกโลก – – ก่อนอ่าน พี่ตินแอบคิดไว้ล่วงหน้า (เลวๆ) ว่าไม่น่าจะสนุก เพราะพี่ตินชอบหนังสือแฟนตาซีของฝรั่ง พวกฮังเกอร์เกม เอนเดอร์เกม เป็นต้น และเคยอ่านไวท์โรดแล้ว ไม่ได้ประทับใจอะไรมาก แต่หลังจากอ่านไปได้สักพัก ก็พบว่าดำเนินเรื่องได้น่าติดตาม และผู้เขียนพัฒนาสำนวนขึ้นมาก สมกับที่เจ้าตัวเล่าว่าอ่านหนังสือมาเยอะ ลักษณะการทิ้งท้ายในแต่ละบทคมขึ้นกว่าเก่า อ่านแล้วทำให้อยากอ่านต่อ และวิธีการเล่าถึงตัวละคร การสร้างคาแร็กเตอร์ของตัวละคร ดูมีมิติ มีอารมณ์ มีทั้งดีและร้าย เป็นมนุษย์มากขึ้น เรื่องความเป็นแฟนตาซีก็ขอใช้คำว่า “เฟี้ยวฟ้าว” มาก ฉากต่างๆ นี่ “เล่นใหญ่” ทุกฉาก ชนิดที่เดาได้ว่าคอแฟนตาซีคงจะตื่นตาสุดๆ (พี่ตินไม่ใช่คอแฟนตาซี แต่ก็ทึ่งในความอลังการของฉากเหล่านี้นะ)       
 

SEE ALSO  สบู่ ลด กลิ่น ตัว - Eyelight.vn

นอกจากนี้ อีกสิ่งที่พบในหนังสือ Fate Diary ก็คือ “ความรักระหว่างพี่น้อง” เราจะเห็นว่าดร. ป๊อปสนิทสนมและรักคนอ่านของเขามาก เนื้อหาหลายจุดใน Fate Diary ได้พูดถึงสิ่งนี้ และตัวละครหลายๆ ตัว ดูสมจริงมาก เหมือนมนุษย์จริงๆ ที่มีเลือดมีเนื้อ มีอารมณ์ มีความรู้สึก จนพี่ตินอดคิดไม่ได้ว่า ตัวละครเหล่านี้ น่าจะมีอยู่จริงแน่ๆ และต้องอยู่รอบๆ ตัวดร. ป๊อปด้วย เพราะ… ดร. ป๊อป ผูกพันกับตัวละครของเขาอย่างเหลือเกิน และแม้ยังไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง แต่ก็ขอสรุปว่า เพราะพี่น้องพวกนี้นี่แหละ ที่ทำให้ดร. ป๊อปรู้จัก “ความรัก” มากขึ้น จนกลายเป็นหนังสือเล่มนี้ในที่สุด
 

ดังนั้น คงไม่แปลกอะไรถ้าจะสรุปว่า Fate Diary บันทึกพลิกโลก เป็นหนังสือที่เกิดจากความรัก!
 

เอาเป็นว่าถ้าใครยังไม่แน่ใจ กลัวว่าซื้อมาอ่านแล้วจะไม่ถูกใจ พี่ตินก็ขอแปะลิงก์นิยายเรื่องนี้ให้ไปลองอ่านต่อกันด้านล่างนี้เลยจ้ะ ดร. ป๊อป อัพเอาไว้สั้นๆ ให้ทดลองอ่านกันก่อนได้

เอาเป็นว่าถ้าใครยังไม่แน่ใจ กลัวว่าซื้อมาอ่านแล้วจะไม่ถูกใจ พี่ตินก็ขอแปะลิงก์นิยายเรื่องนี้ให้ไปลองอ่านต่อกันด้านล่างนี้เลยจ้ะ ดร. ป๊อป อัพเอาไว้สั้นๆ ให้ทดลองอ่านกันก่อนได้

สุดท้ายก็ขอสรุปว่า การได้พูดคุยกับดร. ป๊อป ทำให้พี่ตินได้เห็นอีกด้านหนึ่งของนักเขียนเน็ตไอดอลคนนี้ แน่ละ เขาเป็นแค่คนคนหนึ่ง จึงมีทั้งแง่ดีและแง่ร้าย ทว่าสิ่งที่พี่ตินประทับใจที่สุดก็คือ… ดร. ป๊อป เป็นคนที่มุ่งมั่น รักในสิ่งที่ทำ และมีความตั้งใจสูงมาก เพราะฉะนั้น พี่ตินไม่แปลกใจเลย ที่งานเขียนของเขาได้รับการยอมรับจากคนจำนวนมาก ทั้งนี้ ผลงานสะท้อนให้เห็นถึง “ความตั้งใจ” ของเขานั่นเอง
 

น้องๆ ที่อยากเป็นนักเขียน อยากให้มีความตั้งใจ ขยัน อดทน และมองดร. ป๊อปเป็นตัวอย่าง อ่านบทสัมภาษณ์นี้ แล้วลองมองหาด้านดีๆ ในตัวนักเขียนคนนี้ จากนั้นก็นำไปใช้กับเราเอง เชื่อว่าจะทำให้เราเก่งขึ้น และเขียนงานได้ดีขึ้นนะ ^________________^
 

อตินเอง

ฝากภาพปิดท้าย ดร. ป๊อป แวะไปขอนแก่น
ให้กำลังใจน้องๆ ชาวเด็กดี ในงานออนสเตจด้วย
ต้องขอบคุณมากๆ นะ ^ ^


ดร. ป๊อปและพี่ปอน เว็บมาสเตอร์เด็กดีดอทคอม

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น