หลังจากกระแสความเคลื่อนไหวทางศิลปะแบบโซเชียลเรียลลิสม์ในอเมริกาเสื่อมความนิยมลง กระแสความเคลื่อนไหวทางศิลปะอีกขบวนการหนึ่งก็ถือกำเนิดขึ้น มีชื่อเรียกว่า Abstract Expressionism ( แอ็บสแตรกต์เอ็กซ์เพรสชั่นนิสม์ ) หรือที่เรียกในภาษาไทยว่า ศิลปะแบบสำแดงพลังอารมณ์แนวนามธรรม ( ซึ่งออกจะยาวเกินไป เลยขอใช้ชื่อภาษาอังกฤษก็แล้วกัน )
outline Expressionism เป็นกระแสเคลื่อนไหวทางศิลปะที่ถือกำเนิดขึ้นในนิวยอร์ก ในช่วงปี 1940-1950 ได้รับอิทธิพลจากกระแสศิลปะนามธรรม ( Abstract ) ในการแสดงออกของอารมณ์ความรู้สึกผ่านการทำงานศิลปะที่ไม่ยึดติดกับความเป็นจริง เน้นการสำแดงความเคลื่อนไหวแบบฉับพลันและรุนแรงตามสัญชาตญาณของศิลปะเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ ( Expressionism ) รวมถึงใช้ประโยชน์จากการทำงานโดยอัตโนมัติของจิตไร้สำนึกของศิลปะเซอร์เรียลลิสม์ ( Surrealism )
โดยในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี 1930 เหล่าศิลปินหัวหอกของกลุ่มหัวก้าวหน้าหรือ อาว็อง-การ์ดจากยุโรป ต่างลี้ภัยสงครามมายังสหรัฐอเมริกา ทำให้ศิลปินอเมริกันได้รับอิทธิพลทางความคิดจากศิลปินเหล่านั้นอย่างมาก และนำมาปรับเปลี่ยนสไตล์ให้เข้ากับอารมณ์ความรู้สึกยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ที่อเมริกาเพิ่งบอบช้ำจากความล้มเหลวทางเศรษฐกิจและการถูกโดดเดี่ยวทางวัฒนธรรม
ศิลปิน Abstract Expressionism ได้รับการยอมรับในฐานะผู้บุกเบิกงานศิลปะแบบหัวก้าวหน้าของอเมริกาอย่างแท้จริง ผลงานของพวกเขาได้รับการยกย่องว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแบบอเมริกัน ด้วยขนาดของผลงานอันใหญ่โตมโหฬาร เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอันท่วมท้นล้นหลั่ง และการแสดงออกอันห้าวหาญรุนแรงจากจิตวิญญาณแห่งเสรีภาพของปัจเจกชน

ถึงแม้ว่า Abstract Expressionism จะได้รับการบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นกระแสศิลปะที่ถือครองโดยศิลปินเพศชายเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีศิลปินเพศหญิงหลายคนที่มีบทบาทโดดเด่นและได้รับการยอมรับในฐานะสมาชิกคนสำคัญผู้มีส่วนผลักดันกระแสเคลื่อนไหวทางศิลปะแนวนี้ให้ขับเคลื่อนไปอย่างมาก
ศิลปะ Abstract Expressionism แบ่งย่อยๆ ออกเป็นสองประเภท
ประเภทแรกคือ แอ็กชัน เพนติง ( Action Painting ) เป็นชื่อที่บัญญัติโดยนักประวัติศาสตร์ศิลปะและภัณฑารักษ์ชื่อดังอย่าง แฮโรลด์ โรเซนเบิร์ก ( Harold Rosenberg ) ในปี 1952 โดยนิยามการทำงานจิตรกรรมที่ใช้วิธีการวาดภาพที่แตกต่างจากการจับพู่กันวาดภาพตามปกติ หากแต่ใช้การเคลื่อนไหวของร่างกายแทบทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น แขน ไหล่ ขา ฯลฯ สำแดงท่วงทีในการใช้สีสร้างภาพให้ปรากฏขึ้นมา
ศิลปินที่โด่งดังในแนวทางนี้ ก็มี แจ็กสัน พอลล็อค ( Jackson Pollock ) ฟรันซ์ ไคลน์ ( Franz Kline ) ฟิลลิป กัสตัน ( Philip Guston ) ลี เครสเนอร์ ( Lee Krasner ) และ วิลเลียม เดอ คูนนิง ( Willem de Kooning ) เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศิลปินอย่าง แจ็คสัน พอลล็อค ผู้เป็นที่รู้จักอย่างโดดเด่นในการวาดภาพด้วยการวางผืนผ้าใบลงบนพื้นแล้วเยื้องย่างร่างกายไปรอบๆ และตวัด สะบัด สาด เทสี จากกระป๋องสี ( ทาบ้าน ) ลงบนผืนผ้าใบ จนกลายเป็นภาพวาดอันเลื่องชื่อ ( ศิลปินแอ็กชัน เพนติงบางคน เอาสีใส่ลูกโป่งแล้วปาใส่ผ้าใบ หรือเทสีใส่ตัวแล้วไถลตัวใส่หรือวิ่งชนผืนผ้าใบก็ยังมี )
ด้วยวิธีการเช่นนี้ ศิลปินเหล่านี้เชื่อว่า มันจะเป็นหนทางถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกและแรงกระตุ้นภายในของพวกเขาลงบนผืนผ้าใบได้อย่างตรงไปตรงมาที่สุด


ประเภทที่สองคือ คัลเลอร์-ฟิลด์ เพนติง ( Color Field painting ) ชื่อของมันถูกตั้งขึ้นมาจากงานจิตรกรรมที่มีลักษณะพื้นที่ของสีกว้างใหญ่ หนาแน่น แบนราบ แผ่กระจายเป็นคราบบนผืนผ้าใบ สร้างพื้นที่ต่อเนื่องกว้างไกลจนดูคล้ายกับท้องทุ่งของสีตามชื่อของมัน
การทำงานศิลปะลักษณะนี้ ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องราวและเนื้อหา หากแต่เน้นไปที่รูปทรงและร่องรอยของสีสัน และปฏิเสธการใช้ฝีแปรงแบบการวาดภาพทั่วไป ศิลปินมักจะใช้วิธีการเท ราด หรือหยอดสีลงบนผืนผ้าใบให้ไหลจนเกิดเป็นร่องรอยและรูปทรงมากกว่าจะใช้พู่กัน ในภาพวาดประเภทนี้ สีสันเป็นอิสระจากเนื้อหา เรื่องราว หรือวัตถุประสงค์ใดๆ หากแต่เป็นสาระสำคัญ เป็นความงาม และความจริงแท้ด้วยตัวของมันเอง
ศิลปินที่โดดเด่นในแนวทางนี้ก็มี มาร์ก รอธโก ( Mark Rothko ) บาร์เน็ตต์ นิวแมน ( Barnett Newman ) คลิฟฟอร์ต สติลล์ ( Clyfford placid ) โรเบิร์ต มาเธอร์เวล ( Robert Motherwell ) และ เฮเลน แฟรงเคนเธลเลอร์ ( Helen Frankenthaler ) ฯลฯ

นอกจากงานจิตรกรรมแล้ว ศิลปิน Abstract Expressionism ยังทำงานศิลปะในรูปแบบประติมากรรม เช่น ศิลปินอย่างริชาร์ด สแตนเควิตซ์ ( Richard Stankiewicz ) อิซามุ โนงุจิ ( Isamu Noguchi ) และ หลุยส์ บูร์ชัวร์ ( Louise Bourgeois )
ความโดดเด่นที่สุดประการหนึ่งของกระแสเคลื่อนไหวทางศิลปะประเภทนี้ คือการที่มันประสบความสำเร็จอย่างสูงในโลกศิลปะในเวลาอันสั้น ศิลปิน Abstract Expressionism แห่งนิวยอร์ก หรือที่รู้จักกันในชื่อ New York school เหล่านี้ เป็นผู้ช่วงชิงสถานภาพความเป็นผู้นำของวงการศิลปะสมัยใหม่มาจากยุโรป นอกจากนั้น มันยังสร้างรากฐานใหม่ให้กับพัฒนาการของศิลปะอเมริกัน และทำให้อเมริกากลายเป็นศูนย์กลางของวงการศิลปะโลก หลังจากที่มันถือกำเนิดในเวลาไม่นานนัก
สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร เป็นเหตุบังเอิญหรือไม่ ทั้งๆ ที่ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เหล่าศิลปินในนิวยอร์กผู้ที่ก่อนหน้านี้ต้องดิ้นรนกระเสือกกระสนเผชิญกับความลำบากยากจนแร้นแค้น แต่จู่ๆ พวกเขาก็ลุกขึ้นมารวมตัวกันก่อตั้งกระแสเคลื่อนไหวทางศิลปะที่ประสบความสำเร็จและทรงอำนาจที่สุดในโลกขึ้นมาได้สำเร็จในเวลาแสนสั้น และจัดแสดงนิทรรศการสำคัญๆ ไม่เพียงแต่ในนิวยอร์ก แต่ยังมีขึ้นทั่วโลก
นักประวัติศาสตร์บางคนตั้งข้อสังเกตว่า นี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญ มีทฤษฎีสมคบคิดอันหนึ่งที่ตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจัยทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์นี้ บางคนกล่าวว่า ศิลปิน Abstract Expressionism ได้รับการสนับสนุนลับๆ จากองค์กรที่ทรงอำนาจของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างสำนักข่าวกรองกลาง หรือ ซีไอเอ ( CIA ) ในฐานะอาวุธลับที่ใช้ต่อสู้ในสงครามเย็นนั่นเอง

SEE ALSO  กำลังหนุมาน | https://usakairali.com

Read more: How to Use Must, Have to, and Need to in English

มีผู้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับหลักฐานความเชื่อมโยงระหว่างความสำเร็จของศิลปิน Abstract Expressionism และสงครามเย็น ปรากฏชัดในโครงการระดับชาติของสถาบันทางศิลปะที่ทรงอำนาจที่สุดของอเมริกาอย่างพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ ( Museum of Modern Art / MoMA ) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของกระแสศิลปะ Abstract Expressionism ซึ่งมีตระกูลที่ร่ำรวยและทรงอิทธิพลมากที่สุดของอเมริกาอย่าง ร็อกกี้เฟลเลอร์ อยู่เบื้องหลัง ( ถ้ายังจำกันได้ คนในตระกูลร็อกกี้เฟลเลอร์นี่แหละที่สั่งให้ทำลายภาพจิตรกรรมฝาผนังของ ดิเอโก ริเวรา ก่อนที่จะวาดเสร็จ เพราะเขาดันวาดภาพของผู้นำคอมมิวนิสต์อย่างเลนินลงไปนั่นแหละ ) รวมถึงตระกูลผู้ทรงอำนาจระดับรองๆ ลงมาอย่าง วิทนีย์ ( ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ Whitney ) พาเลย์ ( Paley ) และ วาร์เบิร์ก ( Warburg ) เป็นต้น
ในปี 1941 สำนักข่าวอเมริกันอย่าง Central Press กล่าวว่า MoMA เป็นแนวรบด่านหน้าแนวใหม่ล่าสุดในการปกป้องอเมริกา และกล่าวอ้างคำพูดของ จอห์น เฮย์ วิทนีย์ ( John Hay Whitney ) หนึ่งในคณะกรรมการของ MoMA ว่า พิพิธภัณฑ์สามารถมีบทบาทในฐานะอาวุธสำหรับการปกป้องประเทศชาติ ด้วยการให้การศึกษา สร้างแรงบันดาลใจ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับจิตใจและเจตจำนงอันเสรีของประชาชน ในการปกป้องเสรีภาพของตนเอง ซึ่งแน่นอนว่าศัตรูร้ายที่จะมาคุกความเสรีภาพที่ว่านั้น ก็คือลัทธิคอมมิวนิสต์ ก่อนหน้านั้น จอห์น เฮย์ วิทนีย์ เองก็เคยทำงานให้กับหน่วยสืบราชการลับโอเอสเอส ( OSS ) ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของซีไอเอนั่นเอง
ในปี 1950 มีข้อสังเกตว่า ซีไอเอใช้งานศิลปะสมัยใหม่ในฐานะเครื่องมือต่อต้านกระแสศิลปะสัจสังคมนิยม หรือ โซเชียลลิสต์ เรียลลิสม์ ที่แพร่หลายในประเทศคอมมิวนิสต์ รวมถึงช่วงชิงความเป็นผู้นำของวงการศิลปะโลกมาจากยุโรป
ฟรานเซส สโตเนอร์ ชอนเดอร์ส ( Frances Stonor Saunders ) สื่อมวลชนและนักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษ เขียนในหนังสือ The Cultural Cold War : The CIA and the World of Arts and Letters ของเธอว่า ซีไอเอแอบให้การสนับสนุนทางการเงินและชื่อเสียงให้แก่ศิลปินแอ็บสแตร็กต์เอ็กซ์เพรสชั่นนิสม์อเมริกัน ในรูปแบบของโครงการขยายอำนาจทางวัฒนธรรม ( Cultural Imperialism ) ของอเมริกา ผ่านสภาแห่งอิสรภาพทางวัฒนธรรม ( Congress for Cultural Freedom / CCF ) ตั้งแต่ปี 1950-1967
ว่ากันว่า หนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์การขยายอำนาจทางวัฒนธรรมอีกคนก็คือ พอร์เตอร์ เอ. แมคเครย์ ( Porter A. McCray ) ผู้อำนวยการของ ของ MoMA ในช่วงทศวรรษ 1940s – 1950s ที่จัดตั้งโครงการระดับนานาชาติในการจัดนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยของอเมริกันในหลายแห่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นลอนดอน ปารีส เซาเปาโล และโตเกียว ( รวมถึงนำนิทรรศการจากต่างประเทศมาแสดงในสหรัฐอเมริกาด้วย ) ซึ่งแน่นอนว่า โดยส่วนใหญ่ก็เป็นนิทรรศการแสดงผลงานของศิลปิน Abstract Expressionism นั่นแล
อย่างไรก็ดี ในการสนับสนุนศิลปินและกิจกรรมทางวัฒนธรรมระดับนานาชาติของซีไอเอ ดูจะไม่ได้มีเป้าหมายในการสอดแนมหรือดึงตัวศิลปินและชนชั้นปัญญาชนระดับแนวหน้าของต่างชาติมาเป็นของตนแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องการโน้มน้าวและโฆษณาอวดอ้างต่อชุมชนศิลปินและปัญญาชนต่างชาติ ถึงภาพลักษณ์ของสหรัฐอเมริกาในฐานะสังคมอันเปี่ยมเสรีภาพ ซึ่งตรงกันข้ามกับระบอบการปกครอบแบบคอมมิวนิสต์อันขาดไร้เสรีภาพ ซึ่งดูๆ ไปก็ไม่ต่างอะไรกับโครงการขายฝันอันเลิศหรูของลัทธิทุนนิยมดีๆ นี่เอง
ตัวอย่างอันดีของการ “ เจาะม่านเหล็ก ” ที่ว่าก็คือ ในปี 1956 ธาดิอุส คานธอร์ ( Tadeusz Kantor ) ศิลปินโปแลนด์ ( ในยุคที่ปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ ) ผู้เป็นปลื้มกับผลงานของแจ็กสัน พอลล็อค และเหล่าบรรดาศิลปินแอ็บสแตร็กต์เอ็กซ์เพรสชั่นนิสม์ที่เขาได้ดูชมในระหว่างการท่องเที่ยวปารีส ก็กลับไปริเริ่มกระแสเคลื่อนไหวทางศิลปะที่หันเหจากแนวทางเหมือนจริงของศิลปะสัจสังคมนิยมที่เป็นที่นิยมในโปแลนด์ยุคนั้นอย่างมาก และในปี 1961 คานธอร์ และศิลปินแนว Nonobjective* 14 คน ก็เดินทางไปแสดงนิทรรศการใน MoMA นี่นับเป็นกรณีตัวอย่างของความสำเร็จในเชิงการเมืองศิลปะในโครงการทางวัฒนธรรมระดับนานาชาติของรัฐบาลอเมริกันนั่นเอง
ในโลกศิลปะ Abstract Expressionism เองก็มีองค์ประกอบที่สอดคล้องกับกิจกรรมการขายฝันของโลกเสรีนิยมเป็นอย่างดี ด้วยความที่มันมีคุณสมบัติที่ตรงกันข้ามกับงานศิลปะแบบสัจสังคมนิยม ( Socialist Realism ) ที่ยึดโยงกับแบบแผนประเพณีและความเหมือนจริง ศิลปะ Abstract Expressionism เต็มไปด้วยความสดใหม่ สร้างสรรค์ ไม่ยึดติดกับรูปแบบประเพณีความเป็นจริง ที่สำคัญ ศิลปิน Abstract Expressionism ไม่ฝักใฝ่การเมือง พวกเขาสนใจในคุณค่าทางสุนทรียะมากกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง กิจกรรมทางการเมืองของศิลปิน Abstract Expressionism บางคน ก็มีเพียงแค่การเรียกร้องให้รัฐสภาอนุมัติให้รัฐบาลสนับสนุนโครงการทางวัฒนธรรมเท่านั้น
ถึงแม้ในช่วงแรก ศิลปิน Abstract Expressionism ได้รับอิทธิพลทางความคิดทางการเมืองแบบฝ่ายซ้ายมาจากลัทธิเซอร์เรียลลิสม์ แต่ก็มีศิลปินเพียงไม่กี่คนที่สืบทอดแนวคิดทางการเมืองเอาไว้ได้ตลอดรอดฝั่ง ในขณะที่ศิลปินส่วนใหญ่รับมาแค่แนวคิดและกลวิธีในการทำงานศิลปะ
ด้วยคุณสมบัติเช่นนี้นี่เอง ที่ทำให้ Abstract Expressionism ประสบความสำเร็จในการสร้างกระแสเคลื่อนไหวใหม่ทางศิลปะขึ้นมา ด้วยการแยกศิลปะออกจากการเมือง ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของรัฐบาลอเมริกันในช่วงสงครามเย็นพอดิบพอดี
ในทางตรงกันข้าม ข้อสมมติฐานเหล่านี้ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงจนทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่ศิลปิน Abstract Expressionism ระดับหัวหอกส่วนใหญ่เป็นคนนอกคอกของสังคม เช่น แจ็กสัน พอลล็อค ที่ติดสุราเรื้อรังและมีพฤติกรรมต่อต้านสังคม เขาเคยถูกเพื่อนมัธยมเรียกขานว่า ‘ ไอ้กบฏเน่าจากรัสเซีย ’ มาร์ก รอธโก เคยบอกว่า ตัวเองเป็นผู้นิยมลัทธิอนาธิปไตย เช่นเดียวกับ บาร์เน็ตต์ นิวแมน ที่เคยเขียนคำนิยมในหนังสือของโครพอตกิน ( Peter Kropotkin ) นักเคลื่อนไหวจากรัสเซีย ผู้สนับสนุนลัทธิอนาธิปไตยด้วยซ้ำไป ศิลปินที่ดูนอกรีตนอกรอยเหล่านี้ ช่างดูห่างไกลจากอุดมคติแบบอเมริกันชนจนไม่น่าเชื่อว่า จะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อได้เลย
หรือแม้แต่นักวิจารณ์ศิลปะและนักประวัติศาสตร์ศิลปะชาวอเมริกันผู้ทรงอิทธิพลอย่าง เออร์วิง แชนด์เลอร์ ( Irving Sandler ) ก็ยังยืนยันว่า ไม่มีทางที่หน่วยงานรัฐบาลไหนๆ จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างสิ้นเชิง เขาไม่เคยพบเห็นหลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎีสมคบคิดนี้เลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำ รัฐบาลกลางอเมริกาในยุคนั้น ยังมองกระแสศิลปะ Abstract Expressionism ว่าเป็นแผนการของคอมมิวนิสต์ในการล้มล้างสังคมอเมริกันด้วยซ้ำไป
ท้ายที่สุด ทฤษฎีสมคบคิดมันก็เป็นทฤษฎีสมคบคิดอยู่วันยังค่ำ มันไม่มีบทสรุปอะไรแน่ชัดตายตัว และปล่อยให้คนขบคิดตีความและถกเถียงโต้แย้งกันไปไม่รู้จบ อย่างไรก็ดี ถ้าซีไอเอหรือหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐจะสนับสนุนศิลปะและศิลปิน Abstract Expressionism ก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องแปลกหรือน่าตื่นตระหนกตกใจแต่อย่างใด เพราะปัจจุบัน เรื่องแบบนี้ก็มีให้เห็นกันเป็นปกติ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเกาหลีใต้ ที่ใช้ศิลปะเป็นอาวุธอันทรงประสิทธิภาพจนกลายเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจวัฒนธรรมอันดับต้นๆ ของโลก หรือประเทศสิงคโปร์ที่ใช้หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สร้างชุมชนทางศิลปะอันแข็งแกร่งจนกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของโลกศิลปะในเอเชียอาคเนย์ หรือแม้แต่ประเทศไทยของเราเอง ที่ทุ่มทุนมหาศาล จัดเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอกอาร์ต เบียนนาเล่ และเชิญศิลปินชื่อดังระดับโลกมาร่วมงาน และล่าสุด ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจ่ายค่าลิขสิทธิ์ร้อยกว่าล้านบาทให้มิชลิน ไกด์ มาติดดาวมิชลินสตาร์ ให้ร้านอาหารในประเทศไทย ก็เป็นการประกาศศักดาทางศิลปวัฒนธรรมดีๆ นั่นเอง

SEE ALSO 

หมายเหตุ :
*Nonobjective art คือ งานศิลปะแบบนามธรรมที่ไม่นำเสนอรูปทรงของคน สัตว์ หรือวัตถุสิ่งของในธรรมชาติ หรือเรื่องราวที่สื่อความหมายใดๆ ให้รับรู้ หากแต่นำเสนอแต่เพียงการประกอบกันของสีสันเส้นสายและพื้นผิวของภาพเท่านั้น

Read more: What’s the difference between “Are you going” and “Will you go”?

SEE ALSO  ศัลยกรรมเสริมจมูก แก้จมูก ตอบโจทย์ทุกปัญหา| SLC Hospital

อ้างอิง
ข้อมูล บทความ Abstract Expressionism Weapon of the Cold War โดย Eva Cockcroft hypertext transfer protocol : //goo.gl/HCYMdy
hypertext transfer protocol : //www.bbc.com/culture/story/20161004-was-modern-art-a-weapon-of-the-cia
hypertext transfer protocol : //www.independent.co.uk/news/world/modern-art-was-cia-weapon-1578808.html
hypertext transfer protocol : //www.tate.org.uk/art/art-terms/a/abstract-expressionism
hypertext transfer protocol : //www.theartstory.org/movement-abstract-expressionism.htm
hypertext transfer protocol : //en.wikipedia.org/wiki/Abstract_expressionism

Tags: Abstract Expressionism, ประวัติศาสตร์ศิลปะ Tags : ศิลปะ

source : https://usakairali.com
Category : Nutrition

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

https://aariwork.in/wp-includes/article/ https://www.escapefromwatchtower.com/slot-online/ https://thebakersavenue.com/wp-includes/slot-online/ https://www.antiquavox.it/live22-indonesia/ https://ogino.co.uk/wp-includes/slot-gacor/ https://www.amarfoundation.org/slot-gacor/