นอกจาก นิยายออนไลน์ สนุกๆ แล้ว อ่านเอา ยังมีคอลัมน์ ‘(เรื่องเล่า) 6,200 วันในไต้หวัน’ โดย คุณนายฮวง สาวไทยสุดไฮเปอร์ที่จับพลัดจับผลูมาอยู่ไทเปได้หลายปีดีดักกับเรื่องเล่าเกี่ยวกับการใช้ชีวิตต่างแดนที่เต็มไปด้วยสีสันและมุมมองหลากหลาย เรื่องราวดีๆ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

***********************************

– 月下老人 – เยว่เซี่ยเหล่าเหริน –

สืบเนื่องจากบังเอิญไปอ่านเจอบทความในนิตยสารไทเป เห็นว่ายังทันมาเล่ากันให้ฟังเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องราวของความรักและการแต่งงาน ฉันเลยคิดว่าเอาซะหน่อย เผื่อใครมาเที่ยวไทเปแล้วอยากขอพรเรื่องคู่ ฮิฮิ😉 ที่ไทเปวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องนี้มีอยู่สามแห่งค่ะ ที่แรกอันเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง แม้แต่ชาวต่างชาติยังรู้กิตติศัพท์เลยก็คือ Taipei Xia-Hai City God Temple (台北霞海城隍廟 – ไถเป่ยเสียไห่เฉิงหวงเมี่ยว) วัดที่สองคือ 龍山寺 – หลงซันซื่อ ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมไปกัน และวัดสุดท้ายคือ 照明淨寺 – เจ้าหมิงจิ้งซื่อ อยู่บนเขาในเขตเป่ยโถว ฉันไม่เคยไปวัดเจ้าหมิงจิ้งซื่อ ดูจากแผนที่แล้ว ไม่สะดวกในการเดินทางแน่ๆ แล้วจริงๆ ก็เพิ่งได้ยินชื่อเมื่ออ่านบทความนี้ ส่วนอีกสองแห่งนั้นเคยไปมาแล้ว โดยเฉพาะไถเป่ยเสียไห่เฉิงหวงเมี่ยวนี่ ตอนที่ไปเดินเที่ยวตี๋ฮว้าเจีย (เคยกล่าวถึงในบทตรุษจีน) ครั้งแรก ก็ให้สงสัยว่า ทำไมศาลเจ้าแห่งนี้ถึงมีคนมาไหว้เยอะจัง เลยเข้าไปเยี่ยมๆ มองๆ เห็นพวกป้ายที่ติดอยู่ก็เดาๆ อยู่เหมือนกันว่า คงมาขอพรเรื่องความรักกัน จนคุยกับเพื่อนชาวไต้หวันจึงถึงบางอ้อกระจ่างใสเลย

SEE ALSO  The Color Run 2022 in New York - Dates

คนที่นิยมไปไหว้ขอพรเรื่องความรักทั้งที่ไถเป่ยเสียไห่เฉิงหวงเมี่ยวและหลงซันซื่อ อาจจะไม่รู้ว่าตนกำลังขอพรจากใคร มาค่ะ ล้อมวงเข้ามา คุณนายฮวงจะเล่าให้ฟัง เทพเจ้าแห่งความรักและชีวิตคู่ในลัทธิเต๋านั้นคือ ‘月下老人 – เยว่เซี่ยเหล่าเหริน’ หรือที่นิยมเรียกกันว่า ‘月老 – เยว่เหล่า’ จะถือหนังสือรายการเนื้อคู่(เป็นหนังสือที่ไม่มีตัวหนังสือสักตัวเดียว) ไว้ในมือซ้าย ไม้เท้าในมือขวา และมีด้ายแดงพาดอยู่บนบ่า ตามตำนานเล่ากันว่า มีชายหนุ่มคนนึงชื่อ 韋固 – เหว่ยกู้ ได้พบเจอกับชายชราคนหนึ่งในคืนที่มีแสงจันทร์ส่องนวลกระจ่าง ชายชราผู้นั้นแนะนำตัวเองต่อเหว่ยกู้ว่า “ข้าคือผู้มีหน้าที่จับคู่ชายหญิงในใต้หล้านี้ และในมือของข้านี้คือรายการแสดงเนื้อคู่ที่ได้กำหนดไว้แล้วเรียบร้อย” กล่าวจบก็ชี้ไปที่รูปเด็กหญิงอายุสามขวบแล้วบอกว่า “เด็กคนนี้คือภรรยาในอนาคตของเจ้า” เหว่ยกู้มองปราดแล้วก็ลงความเห็นว่า เป็นเด็กที่หน้าตาธรรมด๊าธรรมดา ไม่มีอะไรโดดเด่นเลย ไม่โดนอย่างแรง อย่ากระนั้นเลย ส่งคนไปฆ่าทิ้งซะดีกว่า (โห เลวได้ที่จริงๆ😱) หลายปีต่อมา เหว่ยกู้ได้แต่งงานกับสาวนางหนึ่ง เธอมีแผลเป็นที่คิ้ว หลังจากซักถามที่มาที่ไป ถึงได้รู้ว่า เธอคือเด็กสามขวบคนที่ชายชราที่เขาเคยพบในคืนใต้แสงจันทร์คืนนั้นบอกไว้นั่นเอง นับแต่นั้นเป็นต้นมา เยว่เหล่า หรือ เยว่เซี่ยเหล่าเหริน (The Old Man Under the Moon) ก็ได้กลายมาเป็นที่รู้จักกันในนามของเทพเจ้าแห่งความรักและชีวิตคู่

SEE ALSO  Siam Park City (สวนสยาม) - my favorite waterpark - xbim'z travel blog


โดยทั่วไปรูปปั้นของเทพเจ้าจะอยู่ในท่านั่ง แต่รูปปั้นของเยว่เหล่าจะอยู่ในท่ายืนเสมอ แสดงถึงความแอ็กทีฟขยันจับคู่ให้บรรดามนุษย์ทั้งหลาย รายละเอียดส่วนอื่นๆ บนรูปปั้นอาจแตกต่างกันไปได้นิดหน่อย แต่ที่ขาดไม่ได้แน่ๆ ก็คือ อินหยวนปั๋ว – 姻緣薄 (The Book of Marriage) และไม้เท้า แล้วก็ต้องมีเครายาวๆ นะ ไม่งั้นเดี๋ยวไม่ดูเป็นชายชรา😁 เห็นว่ารูปปั้นเยว่เหล่าที่หลงซันซื่อกับไถเป่ยเสียไห่เฉิงหวงเมี่ยว ดูแตกต่างกันนิดหน่อยตรงคิ้ว ใครได้ไปทั้งสองแห่งก็อย่าลืมสังเกตกันดูนะคะว่าจริงไหม ส่วนที่วัดเจ้าหมิงจิ้งซื่อ ซึ่งเป็นวัดทางศาสนาพุทธ มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่มีอายุกว่าสองร้อยปี คนจะไปขอพรจากท่านในเรื่องคู่เช่นเดียวกัน น่าจะเป็นเพราะที่วัดนี้มีรูปปั้นของหนิวหลังกับจือนวี่ด้วยมั้งคะ แต่โดยความเชื่อที่ฉันเคยได้ยินมาคือเจ้าแม่กวนอิมท่านมีเมตตา คอยดูแลให้คนในครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข น่าจะมีส่วนที่ทำให้คนนิยมมาขอพรจากท่านเรื่องชีวิตคู่ด้วย

อาสาสมัครที่มาช่วยงานในไถเป่ยเสียไห่เฉิงหวงเมี่ยวเล่าถึงประสบการณ์ที่เจอๆ มาตลอดช่วงหลายปีว่า มีหลายเคสทีเดียวเมื่อได้พบคู่ แต่งงานไปอย่างมีความสุข จึงเอาของมาไหว้แสดงความขอบคุณเยว่เหล่า บางรายก็มาไหว้ประจำเป็นปีๆ ถึงจะพบคู่ บางรายก็แป๊บเดียว แต่เคสที่ไวสุดๆ คือ หนุ่มคนหนึ่งมาไหว้ขอให้เยว่เหล่าช่วยให้ได้ลงเอยกับสาวที่แอบปิ๊งอยู่ หลังจากไหว้เสร็จแค่ 30 นาทีเท่านั้นเอง สาวเจ้าก็โทร.มาหาทันที อู้ฮู รวดเร็วปานกามนิตหนุ่มจริงๆ😍 อีกเคสหนึ่งเป็นคนขับแท็กซี่ที่กลับมาไหว้ขอบคุณเยว่เหล่า

หลายปีก่อนได้พบสาวคนหนึ่ง รู้จักกันได้ไม่นาน เขาก็รู้สึกว่าคนนี้แหละที่ฉันจะใช้ชีวิตที่เหลือแก่เฒ่าไปด้วยกัน ดังนั้น ก่อนที่จะถึงวันนัดออกเดตกับสาวนั้นหนึ่งวัน เขาจึงมาไหว้ขอพรจากเยว่เหล่า วันรุ่งขึ้นสาวเจ้าเล่าให้เขาฟังว่า “เมื่อคืนฉันฝันว่ามีชายชราที่ไม่ได้รู้จักมักจี่กันมาก่อนมาบอกฉันว่า ฉันจะได้แต่งงานกับคุณ” และแล้วหลังจากนั้นอีกไม่นาน ทั้งคู่ก็จูงมือกันเดินเข้าประตูวิวาห์ แหม อิฉันเข้าใจละว่า ทำไมถึงได้มีทั้งชาวไต้หวันและชาวต่างชาติมาขอพรที่ไถเป่ยเสียไห่เฉิงหวงเมี่ยวกันเนืองแน่น😊

SEE ALSO  13 พิพิธภัณฑ์ ในกรุงเทพ น่าเดินเที่ยว สนุกสนาน – CheckInChill



แถมวิธีการขอเนื้อคู่ให้สักนิดละกันนะ ถ้าเป็นครั้งแรกก็นำของไหว้มาด้วยนิดหน่อยเช่น น้ำตาลหรือลูกกวาด (หมายถึงความหวานชื่น) พุทราจีน (สื่อถึงได้คู่ไวๆ) เก๋ากี้ (หมายถึงโชคดี) และกระดาษเงินกระดาษทอง (ซื้อจากทางวัดได้) ส่วนครั้งต่อๆ ไปไม่จำเป็นต้องนำของมาไหว้ก็ได้ แค่ยกมือพนมอธิษฐานก็โอเคแล้วค่ะ แล้วก็ต้องแต่งกายให้สะอาดสะอ้านเรียบร้อยนิดนึง และเมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว

เริ่มจากไหว้พระประธานแสดงความเคารพก่อน จากนั้นจึงมาไหว้ขอพรจากเยว่เหล่าหรือเจ้าแม่กวนอิม แนะนำตัวโดยบอกชื่อตัวและวันเดือนปีเกิดพร้อมที่อยู่ แล้วถ้ากำลังแอบปิ๊งใครอยู่ก็บอกชื่อแซ่รายละเอียดไปด้วย แต่ถ้ายังไม่มีปิ๊งใครเป็นพิเศษ ก็บอกลักษณะและคุณสมบัติคู่ในสเปกได้ จากนั้นรับด้ายแดงจากทางวัด (ซึ่งบางแห่งอาจพาดไว้บนไหล่ของรูปปั้นเยว่เหล่า) แต่ถ้าไปที่หลงซันซื่อ ต้องโยนเจี่ยวเปย – 筊杯 (ไม้สีแดงรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว) ก่อนที่จะหยิบด้ายแดงนะ จากนั้นก็นำด้ายแดงไปถือวนเหนือควันธูปในกระถางธูปสามรอบ แล้วก็พกติดตัวไว้ ใส่ในกระเป๋าสตางค์ก็ได้ค่ะ หรือไม่ก็ไปวางใต้หมอนที่ใช้นอนทุกคืน แค่นี้ก็เสร็จพิธี

ว่ากันว่า ถ้าจะให้ได้ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ควรมาไหว้ขอพรเยว่เหล่าหรือเจ้าแม่กวนอิมในวันวาเลนไทน์ (14 กุมภาพันธ์) ชีซีเจี๋ย(วันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจีน) หยวนเซียวเจี๋ย (วันที่ 15 เดือน 1 ตามปฏิทินจีน) และท้ายสุดคือวันเกิดของเยว่เหล่า (วันที่ 15 เดือน 8 ตามปฏิทินจีน) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ข้อสำคัญที่สุดคือ อย่าหยิบด้ายแดงเกินหนึ่งเส้นเป็นอันขาด ขืนโลภหยิบมาหลายเส้น เดี๋ยวด้ายพันกันยุ่งเหยิง แล้วเกิดตำนานรักสามเส้า จะหาว่าคุณนายฮวงไม่เตือนนะเออ😉

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น