“ เดี๋ยวนะ Bud Light ทำน้ำโซดาขายเหรอ ” โพสต์ มาโลนที่ยืนอยู่หน้าร้านขายของชำในเซาท์ลอสแอนเจลิสพูดขึ้นมา เขาขมวดคิ้วแล้วบ่นงึมงัม “ เดี๋ยวนะ Bud Light ทำน้ำโซดาเหรอ ” “ เดี๋ยวนะ Bud Light ทำน้ำโซดาเหรอวะ ” ทีนี้ก็เริ่มดังขึ้น “ เดี๋ยวนะ Bud Light ทำน้ำโซดา ! ”

เขาพร่ำประโยคนี้ซ้ำไปมาในเวลาตีห้าของที่ไหนสักแห่ง ซึ่งไม่ใช่ในแอลเอ และเจ้าตัวเองก็หาได้แคร์ไม่ แต่เอาเถอะ ร้านที่ว่านั้นไม่ได้มีอยู่จริง เป็นฉากที่เขาต้องพูดในโฆษณาให้ Super Bowl หมอนี่เป็นแฟนตัวยงของบัดไลต์ ( Bud Light ) มาตั้งแต่ปี 2017 จน Anheuser-Busch InBev เลือกเขามาอวยผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างบัดไลต์ เซลต์เซอร์ ( Bud Light Seltzer ) ซะเลย เครื่องดื่มใหม่นี้เหมาะกับคนที่บ่นว่าบัดไลต์มันรสชาติเหมือนเบียร์มากไปหน่อย ดีไซเนอร์ออกแบบฉากได้แปลงโฉมอู่รถให้กลายเป็นร้านขายของแบบปลอมๆ ที่ดูเหมือนจริง ยกเว้นชื่อแบรนด์ที่โชว์หราอยู่บนชั้นนั้นที่ไม่มีจริง จะมีก็แต่บัดไลต์เท่านั้น
หลังจากเลิกกองให้ไปพักกินข้าวเที่ยง โพสต์ก็เดินดุ่มๆ ไปยังลานจอดรถที่มีรั้วกั้นเพื่อความเป็นส่วนตัว ตัวจริงของเขาสูงกว่าที่คนอื่นคิดไว้ ยิ่งบวกกับบู๊ตคาวบอยที่สวมอยู่ก็ยิ่งสูงใหญ่ไปอีก พอหาที่นั่งได้บนถังน้ำแข็ง เขาก็เริ่มจุดบุหรี่สูบ และแทบไม่ได้สนใจแซนด์วิชที่คนหามาให้ การถ่ายโฆษณาที่ว่านั้นถือว่าผ่านไปได้ด้วยดี “ ง่ายสิครับ ไม่ต้องจำบทยาว ” เขาพูดแล้วยิ้มกริ่ม โพสต์ไม่ใช่คนประเภทที่ชอบพูดอะไรยาวๆ ต่อหน้าสาธารณชน “ ผมขี้อาย ” เขาว่าอย่างนั้น
แต่คนอย่างโพสต์รู้ดีว่าคนมักไม่ได้มองว่าเขาเป็นหนุ่มขี้อาย และไม่ใช่เพราะเขาคือหนึ่งในนักร้องดังระดับโลก สองสามปีที่ผ่านมา แทบไม่มีใครไม่รู้จักเพลงฮิตอย่าง “ Rockstar ”, “ Sunflower ” และ “ Circles ” แม้แต่ Spotify ก็ยกให้เขาให้ศิลปินที่มีคนสตรีมเพลงฟังมากที่สุดแห่งปี 2019 และอัลบั้ม Hollywood ’ s Bleeding ที่ออกมาในปี 2019 Nielsen ก็ยกให้เป็นอัลบั้มที่มีคนฟังมากที่สุดแห่งปีด้วย ทั้งที่เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อเดือนกันยายน ภาพลักษณ์ของพ่อหนุ่มวัย 24 คนนี้ถูกใจแฟนๆ มิใยว่าจะประสบความสำเร็จแค่ไหน มีเงินมากเท่าไหร่ แต่ก็ยังคงความดิบติดดินอยู่ ไม่ใช่แค่บัดไลต์เท่านั้นที่เป็นสปอนเซอร์เขา ยังมีคร็อคส์ ( Crocs ) ที่ทำรองเท้ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น แถมยังมีโดริโทส ( Doritos ) ที่ใช้เขาโปรโมตมันฝรั่งอบกรอบรส Flamin ’ Hot Limón ( บางทีเขาก็เรียกตัวเองว่า Post Limón ) เขาคือคนดังแห่งยุค แต่ยังทำตัวน่ารัก อ่อนน้อม ยิ้มหวานตาปรือไปทั่ว แม้แต่ในปาร์ตี้ที่เต็มไปด้วยคนดังคับวงการ


หากดูเผินๆ บทเพลงของเขาอาจจะตามกระแสดาดๆ ที่เอาความฮิปฮอปมาเปลี่ยนเป็นเพลงป๊อปติดหู คนร้องเป็นคนขาวสักเต็มหน้า เนื้อหาเพลงเกี่ยวกับแฟนเก่านอกใจและคำวิจารณ์ใจแคบ เหมือนในเพลงที่เขาร้องว่า “ They was never friendly, yea / immediately I ’ thousand jumping out the Bentley ” ( ด่าได้ด่าไป มีปัญญาหาเงินซื้อรถเบนต์ลีย์แบบเขาป่าว ) แต่กลายเป็นว่าสองสามปีที่ผ่านมานี้ นักวิจารณ์น้อยคนนักที่จะเกลียดเขา เพราะรีวิวอัลบั้มของเขาได้คะแนนไม่น่าเกลียดเลย ก่อนหน้านี้นิตยสาร Rolling Stone บอกว่าอัลบั้ม Beerbongs & Bentleys ในปี 2018 ของเขาคือ “ วงจรอุบาทว์ของพวกเศรษฐีใหม่ที่หลงตัวเอง ” ( ได้ไปสองดาวจากห้า ) แต่ปีที่แล้วกลับบอกว่าอัลบั้ม Hollywood ’ s Bleeding เป็น “ ของขวัญจากการแปลงความดาร์กชวนฝันให้เป็นของดีติดชาร์ต ” ( ได้ไปสี่จากห้าดาว ) ก็อย่างที่ว่า ทุกเพลงของเขามีความเศร้าเจืออยู่ ยิ่งทำให้เขาเข้าถึงเพลงได้ง่าย เขาเป็นคนไม่เสแสร้งอะไรเลย ดูเผินๆ กลัวคนจะด่าว่าเพลงเขาห่วยด้วยซ้ำ “ เพลงผมไม่ห่วยนะพี่ ผมทำงานหนักนะกว่าจะได้ออกมาแต่ละเพลง แต่นั่นแหละ ใจจริงอยากจะบอกว่า ไม่ใช่ทุกคนจะชอบเพลงผม แล้วก็มีคนไม่น้อยที่ไม่ชอบเพลงผม แต่ก็ไม่เห็นเป็นไร ” เขาพูดไปขำไป
ในโฆษณาของบัดไลต์ เขาได้รับอนุญาตให้เป็นตัวเอง ไม่สิ บังคับให้เป็นตัวเองได้เต็มที่เลย เป็นโพสต์ มาโลน ซูเปอร์สตาร์ที่กำลังหาน้ำดื่ม ถ่ายกันยาวไปจนถึงดึกดื่น แล้วคนที่นอนวันละสองชั่วโมงอย่างเขาก็ยิ่งต้องพยายามมีสมาธิ
อัลบั้มแรกในชีวิตของเขาคือ Stoney ซึ่งเป็นฉายานามที่เพื่อนๆ เคยตั้งให้ แต่เขาบอกว่าเขาเลิกกัญชาไปหลังจากเป็นโรควิตกกังวลหลังการสูบ ทุกวันนี้ก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ ประโยคแรกของเพลงแรกในอัลบั้มกล่าวว่า “ I done drink in codeine from a break whiskey glass ” และเขาบอกว่าเขาเปลี่ยนวิถีการดื่มมาตั้งแต่นั้น กลายเป็นว่าไม่อยากดื่มอะไรที่แรงกว่าเหล้า ซึ่งเอาจริงๆ ก็ไม่มีอะไรที่แอลกอฮอล์จะแรงไปกว่าเหล้าแล้วล่ะ ในเดือนธันวาคมที่เขาถ่ายโฆษณา เขาพักการออกทัวร์มาเกือบสองเดือนแล้ว และบอกว่ามันเป็นช่วงที่เหน็ดเหนื่อย “ ผมนอนไม่ได้เลย ก็เลยตาค้างไปถึงบ่ายสามของอีกวัน ” วันนั้นเขาพยายามเต็มที่ที่จะทำตัวให้มีเสน่ห์ขึ้นกล้อง กว่าจะถ่ายจบก็เที่ยงคืน วันใหม่ของโพสต์เริ่มต้นพอดี คืนนั้นเขาหายตัวไปในแอลเอ คงไปเตรียมเลี้ยงฉลอง

สองสามสัปดาห์ถัดมา โพสต์ มาโลนยังฉลองไม่หยุดในนิวยอร์ก เขาขึ้นแสดงในงานปีใหม่ที่ไทม์สแควร์ แล้วก็มีตากล้องของ TMZ ออกข่าวว่าเขาไปสักหน้าเพิ่มมาใหม่ที่แก้มขวาเป็นรูปมือที่ถือลูกตุ้มและโซ่ ( “ ตั้งแต่เด็กๆ ผมชอบอัศวินและอะไรที่เป็นยุคกลางมากเลย อียิปต์โบราณก็ชอบ อาณาจักรโรมอะไรพวกนี้ด้วย ” ) คืนก่อนวันปีใหม่ เขาขึ้นเวทีร้องเพลงฮิตอย่าง “ Circles ” ตามด้วย “ Congratulations ” ประกอบพลุปีใหม่กลางเมือง ซึ่งคนดูทางบ้านคงไม่ได้เห็นภาพเขาตกร่องตรงกลางระหว่างเวทีกับคนดูจนการ์ดต้องมาช่วยออกไป เขายิ้มอยู่ตลอดเวลา โพสต์ยังไม่หมดแรง หลังบาร์ในเมืองปิดหมด เขายังออกไปเจอเพื่อนจากวงบีชฟอสซิลส์ ( Beach Fossils ) วงอินดี้ที่เขาชื่นชอบ และเมาหัวราน้ำร้องคาราโอเกะกันในบาร์ของเพื่อนยันเช้า “ ก็แค่พวกผู้ชายเมาแล้วฟังเพลงกัน ไม่ได้ทำอะไรเสียหายเลยจริงๆ ” เขาว่าอย่างนั้น พอหยุดการทัวร์คอนเสิร์ต เขาก็ไปลาสเวกัส ที่เจ้าตัวออกปากเองเลยว่าเสียเงินไปมหาศาล หลังจากนั้นก็ไปญี่ปุ่นกับไบรอัน ลี ( Brian Lee ) ที่เป็นนักแต่งเพลง รอบตัวเขามีแต่คนมีฝีมือในวงการเพลง แต่ใช่ว่าทุกคนจะได้ไปทริปปุบปับกับเขา “ ผมรักทุกคนรอบตัวผมนะ แต่บางทีกูขออยู่ตัวคนเดียวบ้างเหอะ ” พูดง่ายแต่ทำยาก พอไปถึงญี่ปุ่น เขาโพสต์รูปตัวเองมองกล้องพร้อมคราบน้ำตาที่ยังคาอยู่เหนือเครา ด้วยแคปชั่นที่อาจจะเป็นคำขายของคำด่า หรืออาจจะเป็นไปได้ทั้งคู่ว่า “ ล้างบาปคราบบัดไลต์ ”
เขาได้หายใจหายคอเป็นตัวของตัวเองสักที ตอนมาถึงบ้านพักตากอากาศในยูทาห์ เรียกว่าเป็นที่พักใจของเขาในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ แม้จะนั่งเครื่องสองชั่วโมงจากแอลเอ แต่รู้สึกไกลกว่านั้นมาก เขาตื่นมาตอนมื้อเย็นพอดี ยูทาห์คือที่ที่เขาไปอยู่เมื่อต้องการมีเวลาให้กับตัวเอง แต่ความจริงแล้วเขาไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่ดี ในบ้านมีคนทำงานเต็มไปหมด รวมถึงริช โพสต์ ( Rich Post ) พ่อของเขา ผู้ปลดปล่อยความสามารถทั้งในด้านดนตรีและความมั่นใจในตัวเองให้กับลูกชาย

ชื่อจริงของ โพสต์ มาโลน คือ ออสติน ริชาร์ด โพสต์ เติบโตมาจากย่านซีราคิวส์ ในนิวยอร์ก กับพ่อแม่ที่แยกทางกัน เขาบอกว่าชอบฟังเพลงมาตั้งแต่เด็ก ทั้งกันส์แอนด์โรสเซส ( Guns N ’ Roses ) และจอร์จ สเตรต ( George Strait ) รวมทั้งเจย์-ซี ( Jay-Z ) โดยฟังจากไอพอดของพ่อ เพลงโปรดคือ “ Lean Back ” เพลงฮิปฮอปจากแฟตโจแอนด์เดอะเทอเรอร์สควอร์ด ( Fat Joe and the Terror Squad ) เวลาเพื่อนพ่อมาเฮฮาที่บ้าน เขาชอบแกล้งเต้นเพลงนี้อยู่บ่อยๆ หรือในเวลาว่างเขาก็หัดเล่นกีตาร์ที่แม่ซื้อให้ ตอนที่ริช โพสต์ ได้งานกับดัลลัส คาวบอยส์ เขาก็พาลูกชายย้ายไปดัลลัสด้วย โดยที่ลูกชายก็หลงใหลวงเมทัลแถบนั้น อย่างเช่น คราวน์ดิเอ็มไพร์ ( Crown the Empire ) เขามีโอกาสเล่นกีตาร์ให้กับวงหนึ่ง โดยเอาซอฟต์แวร์ที่แฮ็กมาผสมกับบีตแล้วร้องแร็ปคร่อม เมื่อจบมัธยมปลายในปี 2013 เขาก็คิดว่าจะเอาดีทางด้านดนตรีเต็มตัว จึงย้ายไปอยู่แอลเอกับเพื่อนที่ได้ดีด้านการสตรีมเกมออนไลน์

SEE ALSO  Miki Chat Live Video Chat with Strangers for PC / Mac / Windows 7.8.10 - Free Download - https://usakairali.com

ที่แอลเอเขาได้พบกับเดร ลอนดอน ( Dre London ) ที่ปัจจุบันกลายมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขา สมัยนั้นเขาแชร์บ้านอยู่ด้วยกันที่เอ็นชิโน ทุกเย็นเขาจะเริ่มแร็ปและเล่นกีตาร์อะคูสติกร้องเพลงรักไปเรื่อยเปื่อย เดรบอกว่า “ ตั้งแต่ตอนนั้นผมบอกคนอื่นตลอดว่าโพสต์เป็นฮิปฮอปนะ ไม่ได้เป็นแร็ปเปอร์ ” สมัยก่อนคนยังแยกไม่ค่อยออก ช่วงที่เขาเริ่มเป็นที่รู้จักคือปี 2015 กับเพลง “ White Iverson ” เขาอัปเพลงลง SoundCloud ตอนกลางคืนแล้วเข้านอน คิดว่าได้ยอดวิวสักสิบกว่าคนก็บุญแล้ว กลายเป็นว่า “ ตื่นมาจำไม่ได้แล้วว่าคนดูไปเจ็ดพัน หรือสามหมื่นเนี่ยแหละ ไม่แน่ใจ ผมนั่งอยู่หน้าคอมฯ กินเหล้า สูบกัญชาแม่งทั้งวันอะวันนั้น แล้วคอยดูยอดวิวที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม่งเป็นวันที่ดีที่สุดวันหนึ่งในชีวิตผมเลย ” สองสามเดือนต่อมา ก็มีมิวสิกวิดีโอที่เขานั่งในรถโรลส์รอยซ์ที่ยืมมาถ่าย พูดถึงเรื่องการมีชีวิตอยู่ น้ำเสียงเบลอๆ แสนเศร้าเคล้าบทเพลง “ When I started ballin ’, I was young / You gon ’ think about me when I ’ megabyte gone / I need that money like the ring I never won ” ( สมัยนั้นอัลเลน ไอเวอร์สัน ( Allen Iverson ) ลงเล่นเอ็นบีเอได้แค่ห้าปี คนฟังรุ่นใหม่ๆ อาจจะไม่รู้ว่า Iverson คืออะไร ) และ SoundCloud เป็นแหล่งปล่อยของของนักร้องหน้าใหม่ โพสต์ มาโลนก็อาจจะดูเหมือนเป็นแค่นักร้องแร็ปอีกคน ที่ตีคู่มากับลิล ยาช์ตี ( Lil Yachty ), สปูกี แบล็ก ( Spooky Black ), ไอเลิฟมาคอนเนน ( iLoveMakonnen ) และยัง ลีน ( Yung Lean )
ต่อให้เป็นสมัยนี้คุณก็คงนึกภาพที่ไม่ต่างกัน ว่าเพลงดังเปิดมาเพลงเดียวแล้วศิลปินก็หายหน้าไปเลย จำได้ว่าคนนั้นไงที่ร้องเพลง “ White Iverson ” ( ที่จริงมี “ Monta ” อีกเพลง ที่เขาเปรียบเทียบตัวเองกับนักบาสฯ อีกคนอย่างมอนตา เอลลิส ( Monta Ellis ) ) พออัลบั้ม Stoney ออกมาปลายปี 2016 วงการดนตรีก็มีเรื่องใหม่แล้ว กว่าจะหาคนฟังได้ก็ต้นปี 2017 แล้วดังต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนเป็นเพลงฮิตแห่งปี ซึ่งก็จริงอย่างที่เดร ลอนดอนพูด เขาเก่งด้านฮิปฮอป แต่ไม่ได้มีวิญญาณแร็ปเปอร์ ไม่ได้เป็นคนขาวที่หลุดโลกจนแฟนเพลงยี้ แต่ก็ไม่ได้เป็นหนุ่มน้อยหล่อใส “ ผมหน้าตาน่าเกลียดจะตาย ” เขาบอกอย่างนั้น และให้ความเห็นว่ารอยสักบนหน้าน่าจะเป็นกลไกป้องกันตัวเอง “ มันน่าจะมาจากความไม่มั่นใจในตัวเองของผมนี่แหละ ว่าหน้าตาผมมันไม่เอาอ่าว เลยใส่อะไรที่มันคูลๆ ลงไป จะได้มองหน้าตัวเองในกระจกแล้วคิดว่า เออ มึงก็พอดูได้นี่หว่า จะได้มั่นใจเรื่องหน้าตามากขึ้น ”

แฟนเพลงทั่วไปของโพสต์ มาโลน เวลาไปดูคอนเสิร์ตของเขาต่างก็คาดหวังว่าจะได้ปาร์ตี้อย่างสุดเหวี่ยง ทว่ามีแต่แฟนเดนตายของเขาเท่านั้นที่รู้จริง ล่าสุดโพสต์ไปเล่นที่เมดิสัน สแควร์ การ์เดน เขาขึ้นเวทีเดี่ยวๆ ไม่มีวง ไม่มีดีเจ ไม่มีอะไรทั้งนั้น เขาบอกผู้ชมว่า “ วันนี้ผมต้องเล่นเพลงเชี่ยๆ ให้หลุดโลกว่ะ ” พ่อหนุ่มช่างแสดงได้อย่างงดงาม ค่อยๆ ลากเท้า ค่อยๆ เปล่งคำร้องแต่ละคำเหมือนครุ่นคิด นาทีที่ชวนตราตรึงของคืนนั้น คืออะคูสติกกีตาร์ที่มาได้จังหวะพอดีตอนที่เขาแสดงเพลง “ Stay ” ( ก่อนหน้านั้นเขาถามคนดูว่า “ คืนนี้ผมขอเล่นกีตาร์ที่เมดิสัน สแควร์ การ์เดนหน่อยได้มั้ยครับแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ” ) บนเวทีมีแค่เขากับกีตาร์เล่นเพลงช้าที่ไต่ขึ้นชาร์ตถึงอันดับ 17 แม้จะไม่ได้ตัดเป็นซิงเกิลเลยก็ตาม “ ผมไม่อยากขึ้นแสดงพร้อมแดนเซอร์ชุดใหญ่ ผมไม่ชอบอะไรแบบนั้น ” เขากล่าว
ก็เหมือนกับเพลงแจ้งเกิด “ White Iverson ” ที่อยู่ดีๆ ก็ฟลุกดัง แต่อาชีพในสายงานบันเทิงของเขาตั้งแต่นั้นมาการันตีได้เลยว่าไม่ใช่เพราะความฟลุกเป็นแน่แท้ หลายเพลงๆ ที่ฮิตติดหูนั้นได้มาจากฝีมือปลายปากกาของโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงอย่างหลุยส์ เบลล์ ( Louis Bell ) ที่รู้จักเขามาแต่อ้อนแต่ออก และได้มาเป็นสมาชิกคนสำคัญในทีมงานของเขา ผู้กุมความสำเร็จให้คนดังมากมายอย่างเทย์เลอร์ สวิฟต์ ( Taylor Swift ), คามิลา คาเบลโล ( Camila Cabello ) และลานา เดล เรย์ ( Lana Del Rey ) เขาเอ่ยปากชมโพสต์ว่าเป็นคนที่ได้ยินบีตแล้วบอกเมโลดีได้เลยแทบจะทันที เขาเล่าว่า “ ผมแค่เปิดแทร็กวนลูปอยู่ 15 นาทีให้เขาทำลองเทค เพราะเขารู้อยู่แล้วล่ะว่าอยากทำอะไร ศิลปินคนอื่นทำแบบเขาไม่ได้นะคุณ ” และโพสต์ก็ได้เรียนรู้ที่จะไม่กังวลเรื่องเทคนิคที่ไม่สมบูรณ์แบบ “ คุณไม่จำเป็นต้องร้องเพลงเพราะสุดกู่ แต่คุณแม่งต้องจริงกับมันเท่านั้นเอง เหมือนที่เดวิด เบิร์น ( David Byrne ) พูดไว้ไม่มีผิดว่า “ ยิ่งคุณร้องดีแค่ไหน คนก็ยิ่งเชื่อคุณน้อยลง ”

SEE ALSO  Geek Review - Onitsuka Tiger Street Fighter V: Arcade Edition Mexico 66 SD | Geek Culture

เพลงฮิตเพลงแรกอย่าง “ White Iverson ” เขาเป็นคนที่ผสานวัฒนธรรมคนผิวสีและคนขาวให้เข้ากันได้อย่างลงตัว เพราะตัวเองก็เป็นคนขาวที่ร้องเพลงฮิปฮอป ในเอ็มวีปรากฏภาพของเขาถักผมเปียติดหนังศีรษะ ใส่ฟันทองปลอม ประหนึ่งว่าถ้าอยากเอาดีทางด้านนี้ ก็ต้องแต่งตัวแบบนี้ให้เป็น ไม่ใช่ทำเพื่อโปรโมตตัวเองไปวันๆ ถ้าเป็นสมัยก่อนออกเอ็มวีแล้วถักผมแบบนี้ คนคงสนใจลุคของเขามากกว่าเพลง ไม่นานหลังจาก “ White Iverson ” ดังเป็นพลุแตก เขายังต้องสู้รบปรบมือกับวิดีโอเพี้ยนๆ ที่ผุดขึ้นมาตั้งแต่สมัยเขาอยู่มัธยม ที่เรียกคนดำด้วยคำหยาบคาย ไม่ใช่ว่าเพราะจงใจจะดูถูก แต่คำพูดติดปากก็คือคำพูดติดปาก
หลังจากนั้นเขาก็ออกมาขอโทษที่พูดคำหยาบแบบนั้น แต่ไม่ได้ขอโทษที่หลงใหลในวัฒนธรรมฮิปฮอปจนอยากเป็นส่วนหนึ่งของคนวงการนี้ ซึ่งก็คงไม่แปลกถ้าจะเห็นศิลปินวัยกระเตาะผิวขาวได้รับอิทธิพลจากวงการฮิปฮอปอยู่ไม่น้อย ก่อนที่เขาจะโด่งดัง เขาก็เคยเป็นแร็ปเปอร์หางแถวมาก่อน “ ผมน่ะโคตรอยากเป็นเหมือนแม็ก ( Mac Miller ) กับทราวิส ( Travis Scott ) แล้วก็เอแซป ( A $ AP Rocky ) ชิบเป๋ง ” เขาเล่าให้ฟัง ( อย่าลืมว่าเขาอายุแค่ 24 ตอนจบมัธยมปลาย แม็ก มิลเลอร์ กับเอแซป ร็อกกี้ ดังแล้ว และทราวิส สก็อตต์ ก็ออกซิงเกิลเพลง “ Quintana ” ) และเปิดใจว่า “ การค้นหาตัวตนของผมเอง จะว่ายากก็ไม่เชิง แต่มันก็เป็นกระบวนการซับซ้อนอยู่เหมือนกัน ”
คำว่า ‘ กระบวนการ ’ ที่เขาหมายถึง ก็คือการฉีกกรอบความเป็นฮิปฮอปแบบดั้งเดิม เขาหลงใหลแม็ก มิลเลอร์ แร็ปเปอร์ผิวขาวมาก ซึ่งภายหลังกลายมาเป็นแฟนรุ่นแรกๆ และเพื่อนของเขา ก่อนที่จะเสียชีวิตลงเพราะเสพยาเกินขนาดในปี 2018 ตัวเขาเองสังเกตว่าแม็ก มิลเลอร์ ได้สร้างคอนเน็กชั่นกับคนนอกวงการฮิปฮอปอยู่เหมือนกัน หนึ่งในผลงานฮิตของเขาได้แรงบันดาลใจมาจากเซิร์ฟจาน สตีเวนส์ ( Sufjan Stevens ) นักร้องเพลงร็อกอินดี้ “ โห แม่งโคตรเจ๋งเลยพี่ ” โพสต์ว่า สมัยปี 2013 มีคลิปวิดีโอในยูทูบที่โพสต์ใส่เสื้อเชิ้ตลายธงชาติอเมริการ้องเพลง “ Don ’ metric ton Think Twice, It ’ s All Right ” ของบ๊อบ ดีแลน ( Bob Dylan ) ( ท็อปคอมเมนต์บอกว่า “ สงสัยถ้าอยู่บ้านคนเดียว ( Home Malone ) ต้องทำแบบนี้แน่ ” ) ทุกวันนี้เขาก็ยังเป็นตัวเองอยู่ เนื้อเสียงที่คนอาจจะคิดว่าใช้ออโต้จูนนั้น ความจริงก็คือเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาเอง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่อยากได้อารมณ์เศร้า เขากล่าวติดตลกว่าเสียงตัวเองเหมือนแพะ แต่ขณะเดียวกันก็เหมือนไอดอลอีกคนอย่างคอเนอร์ โอเบิร์สต์ ( Conor Oberst ) จากวงไบรต์อายส์ ( Bright Eyes ) “ สมัยเด็กๆ ผมฟังแล้วได้แรงบันดาลใจ อัลบั้มที่เศร้าสุดคงเป็น I ’ megabyte Wide Awake, It ’ randomness Morning ฟังไป กินเหล้าไป แล้วผมก็ร้องไห้โฮเลย ”
เขาเคยให้สัมภาษณ์ในปี 2017 ว่าเพลงฮิปฮอปสมัยนี้ขาดอารมณ์ละเมียดโดยสิ้นเชิง “ ถ้าอยากร้องไห้ ถ้าอยากครุ่นคิดเรื่องชีวิต ไม่ต้องไปฟังหรอกเพลงฮิปฮอปน่ะ ไอ้เพลงฮิปฮอปดีๆ ที่พูดเรื่องนี้ก็มี แต่สมัยนี้หายาก แล้วถ้าเมื่อไหร่ผมอยากร้องไห้แบบเป็นเรื่องเป็นราว ผมจะฟังอย่างอื่น เช่น บ๊อบ ดีแลน ” ปีถัดมาใน Washington Post นักวิจารณ์เจฟฟ์ ไวส์ ( Jeff Wise ) เขียนวิจารณ์คอนเสิร์ตที่เท็กซัส โดยเรียกเขาว่า “ เป็นพระราชาหน้าเผือกสุดปลอม ที่นั่งเต๊ะท่าอยู่บนบัลลังก์กระดาษฟอยล์ ” และบอกว่าความหลงรักบทเพลงฮิปฮอปของเขานั้นไม่เข้าท่า “ เป็นคนที่นึกอยากจะเท่แบบฮิปฮอปขึ้นมาก็เลยทำตามอำเภอใจ แล้วค่อยเกาะกระแสหากินเอา ” ทำให้หลังๆ มานี้ เขาพยายามจะระมัดระวังคำพูดเกี่ยวกับวงการฮิปฮอป เริ่มดูตัวอย่างจากยัง ทัก ( Young Thug ) ที่ช่วยเกลาความเป็นแร็ปเปอร์ คำวิจารณ์ที่เขาต้องเจอทุกวันนี้แทบไม่เกี่ยวกับบทเพลงของเขาเลย แต่กลับโจมตีความเป็นคนขาวที่มาร้องเพลงฮิปฮอปตามกระแสแล้วดังกว่านักร้องฮิปฮอปแอฟริกันอเมริกัน แน่นอนว่าทุกวันนี้เขาโด่งดังโดดเด่น และหาเงินได้มากกว่านักร้องที่เคยเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเองด้วยซ้ำ ในอเมริกาเป็น White Iverson ก็ต้องได้กระแสตอบรับดีกว่าเป็น Black Iverson อยู่แล้ว การไต่เต้าสู่แถวหน้าของเขาการันตีด้วยผลงานที่ไม่ขี้เหร่ แต่ก็เหมือนกับคนดังทั่วไปในอเมริกาที่จะต้องขอบคุณระบบและกระแสหนุนหลังที่ทำให้มาถึงจุดนี้ได้ เขาบอกว่า “ ผมอายุ 24 ถึงเวลาต้องตอบแทนเพื่อแสดงความขอบคุณ และทำให้ผมทำทุกอย่างที่อยากทำได้จนถึงทุกวันนี้ ”

SEE ALSO  MIKI HOUSE Craftsmanship | Pregnancy, Childbirth | MIKI HOUSE CORPORATION GLOBAL WEBSITE

ถ้าคุณได้มีโอกาสแฮงก์เอาต์กับเขา คุณจะลืมไปเลยว่าเขาเป็นคนดังแค่ไหน มีอยู่วันหนึ่งที่ยูทาห์ เขาเกิดนึกขึ้นได้ว่าโดริโทสจะหมดแล้ว เลยจะออกไปซื้อ เขาบอก “ ต้องไป Costco ( ห้างค้าปลีก ) แล้วล่ะ ” พลางเดินไปที่โรงจอดรถที่เต็มไปด้วยรถหรูสีขาว เกินหน้าเกินตาที่จะขับไปซื้อขนมขบเคี้ยว ทั้ง Rolls-Royce Phantom แถมมี Lamborghini Aventador SV ต่อด้วย McLaren 720S Spider และ Bugatti Chiron ที่เพิ่งซื้อมาล่าสุดเมื่อหน้าร้อนปีก่อน ในราคาสามล้านเหรียญสหรัฐ

เขาไม่เคยขับไป Costco จริงๆ หรอก ดูแล้วเขาก็เหมือนกับนักร้องเพลงป๊อปทั่วไป ที่ตู้เสื้อผ้าเต็มไปด้วยคอลเล็กชั่นรองเท้าที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ ทั้งผ้าใบ คร็อคส์ บู๊ตคาวบอย แต่อย่างหนึ่งที่พวกนักร้องเพลงป๊อปไม่เล่นคืออาวุธปืน ปืนหกกระบอกวางหราอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ ทั้งไรเฟิลและปืนเก็บเสียงในตัว อย่าง SilencerCo Maxim 9 เขาบอกว่ามันคือของเล่นสำหรับผู้ใหญ่ เหมือนเลโก้เวอร์ชั่นให้คนโตแล้วอย่างไรอย่างนั้น เขาชอบของพวกนี้ก็จริง แต่ก็คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองด้วย ( เมื่อปี 2018 มีผู้ชายสามคนบุกเข้ามาปล้นบ้านที่แคลิฟอร์เนียที่โพสต์เคยอยู่ และตะโกนเรียกชื่อเขา TMZ รายงานว่าพวกมันขโมยของไป แล้วเอาปืนตบเจ้าของบ้าน ) เห็นแบบนี้คุณอาจคิดว่าเขาเป็นคนง่ายๆ สบายๆ แต่บทเพลงของเขานั้นรวดร้าวบาดลึก เขาร้องเพลงที่มีเนื้อหาเรื่องการตกอับหลังจากโด่งดังร่ำรวย ก่อนที่เขาจะดังเป็นพลุแตกอย่างทุกวันนี้เสียอีก “ คุณต้องเคยเห็นกันสิ ในหนังที่คนมีเงินมหาศาลร่ำรวย แต่สุดท้ายก็ตกอับอย่างโดดเดี่ยวในบ้าน ” เขาเปิดใจ “ นั่นล่ะที่ทำให้ผมตั้งใจเขียนเพลงต่อไป ”
ท้องฟ้าในยูทาห์เริ่มมืดลง เขายังเจ็ตแล็กจากทริปญี่ปุ่นอยู่ โพสต์เพิ่งจะตื่นนอน โดยมีบัตไลต์หลายกระป๋อง และบัดไลต์ เซลต์เซอร์ แมงโก ( Bud Light Seltzer Mango ) หนึ่งกระป๋องเป็นตัวช่วย เขาเพิ่งได้ลองดื่มเป็นครั้งแรก ถึงกับอุทานว่า “ โห อร่อยว่ะ ” โพสต์พูดและร้องเพลงเกี่ยวกับความระทมอยู่ตลอดจนเหมือนเป็นจุดขาย ตอนขึ้นเวทีที่เมดิสัน สแควร์ การ์เดน เขาได้เปิดตัวเพลง “ Goodbyes ” ที่ทำกับยัง ทัก โดยพูดว่า “ เพลงนี้เกี่ยวกับช่วงเวลาเศร้า ร่ำไห้ อกหัก อะไรทั้งหลายแหล่ ” แต่เขายืนยันว่าส่วนใหญ่ในชีวิตเขาเศร้ากับเรื่องหนึ่งที่ไม่ได้เกี่ยวกับอะไรเป็นพิเศษ “ ถ้าเป็นช่วงมัธยมต้น ผมคงกลับบ้านไปนอนร้องไห้ทุกวัน ” เขากล่าว “ ตอนมัธยมปลายก็เหมือนกัน ผมเลยกินเบียร์ไปจะได้ลืมๆ แต่มันไม่หายดิ่งว่ะ จะโทษใครก็ไม่ได้หรอก เหมือนมีอะไรบางอย่างในตัวคุณมันพาไป ”

หลังๆ มานี้โพสต์เริ่มเปิดอกพูดเรื่องความสำคัญของสุขภาพจิต แม้ว่าตัวเองก็ยังอยู่ในการรักษา “ ผมแม่งเป็นคนบ้า ” เขาบอก “ แล้วก็เสือกบ้าหนักขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่อัลบั้ม Stoney ” ตัวเขาเองก็คิดเหมือนศิลปินคนอื่นๆ ที่รู้ว่าถ้าวันไหนรักษาตัวเองให้หายดีเป็นปกติ วันนั้นบทเพลงที่แต่งคงลงเหวแน่นอน แต่อีกใจหนึ่งก็รู้ดีว่ายาเสพติดอันตรายแค่ไหน เพื่อนๆ ในวงการเพลงของเขาต่างก็เสียชีวิตเพราะเสพยาเกินขนาด ไม่ใช่แค่แม็ก มิลเลอร์ แต่รวมไปถึงลิล พีป ( Lil Peep ) ในปี 2017 ตามมาด้วยจูซ เวิลด์ ( Juice WRLD ) เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้เอง เขาบอกว่า “ หวุดหวิดจะเป็นผมไปแล้วนะ ” เพลงสมัยแรกๆ ของเขามีเพลงหนึ่งชื่อว่า “ Too Young ” เนื้อหาเกี่ยวกับการดิ้นรนให้มีชีวิตอยู่ต่อไปวันๆ แล้วเขาก็สักเลขตามจำนวนศิลปินที่ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อบนโลกนี้ได้ ทั้งเคิร์ต โคเบน ( Kurt Cobain ) แร็ปเปอร์อย่างแบงก์โรลล์ เฟรช ( Bankroll Fresh ) ต่อด้วยลิล พีป แต่เมื่อฉันถามเขาว่า ตัวเขาเองมีใครเข้ามาดูแลสภาวะจิตใจบ้างไหม เขาเลื่อนลอยก่อนตอบว่า “ กำลังพยายามอยู่ครับ ไม่ใช่ง่ายเลยนะ ในเพลงผมสามารถพูดอะไรก็ได้ที่อยากพูด แต่ให้มานั่งตอบคำถามตัวต่อตัวแบบนี้ ตอบยากครับ ”
ห้าปีที่แล้ว เมื่อโพสต์ประกาศว่าตั้งใจจะเอาดีทางฮิปฮอป หลายคนไม่เชื่อว่าเขาจะเอาจริง อย่าว่าแต่ตอนนั้นเลย ตอนนี้บางคนก็คงคิดว่าเขาพูดไปอย่างนั้น เมื่อได้ยินเขาเล่าเรื่องราวชีวิตที่ยุ่งเหยิงและการพยายามดิ้นรนเสาะหาความสงบสุข “ แต่ละวันผมตื่นมาปวดเนื้อปวดตัว อืดอาด ไม่อยากทำอะไร แต่อย่างน้อยนั่นก็คือความสวยงามที่ผมได้ถ่ายทอดลงในบทเพลง อยู่ดีๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ไปนั่งอยู่หน้าคอมฯ แล้วก็ทำเพลงได้อย่าง “ White Iverson ” หรือจะเพลงห่าเหวอะไรก็เอาวะ ” เขากล่าวก่อนหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อว่า “ ไม่รู้สิ ผมไม่ใช่คนประเภทที่จะเป็นแรงบันดาลใจสูงส่งให้ใครได้หรอก แต่ถ้าผมทำได้ คุณก็ต้องทำได้ล่ะวะ ” เขานิ่งไปอีกครั้ง เหมือนจะยอมรับกลายๆ ว่าประโยคสร้างแรงบันดาลใจที่เพิ่งพูดไปนั้นไม่ได้คิดขึ้นมาใหม่ แค่แปลงมาจากเพลง “ Get Money ” ของแร็ปเปอร์อย่างชีฟ คีฟ ( Chief Keef ) แต่นั่นแหละ เขาหมายถึงอย่างนั้นจริงๆ

reservoir : https://usakairali.com
Category : Hair

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

https://www.antiquavox.it/live22-indonesia/ https://ogino.co.uk/wp-includes/slot-gacor/ https://overmarket.pl/wp-includes/slot-online/ https://www.amarfoundation.org/slot-gacor/