การเทรดทอง ยังคงได้รับความนิยมเสมอมา เนื่องจากถือว่า “ ทองคำ ” คือสินทรัพย์ที่สามารถรักษามูลค่าได้ดีในระยะยาว ในแง่ของการบริหารกองทุนก็จัดว่าทองคำเป็นสกุลเงินแบบหนึ่ง และในช่วงไม่กี่ปีให้หลังที่อินเทอร์เน็ตมีความเร็วสูงมาก จึงทำให้คนรุ่นใหม่มีความสนใจในการเทรดทองออนไลน์เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่การเทรดทองอาจยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลาย ๆ คน เราจึงตั้งใจที่จะอธิบายพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องการเทรดทองทั้งหมด ตั้งแต่ เทรดทองคืออะไร ? วิธีการเปิดบัญชี ไปจนถึงหลักการวิเคราะห์และเทคนิคการเทรดแบบต่าง ๆ สรุปไว้ในบทความนี้

การเทรดทอง

การเทรดทอง มีความปลอดภัยสูงเพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีการนำไปใช้งานในอุตสาหกรรมจริง ทั้งการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือใช้เป็นเครื่องประทับ จึงมีข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับต้นทุนการผลิตทองคำ ซึ่งทำให้นักลงทุนสามารถคำนวณความเสี่ยงได้ง่าย โดยโอกาสที่มูลค่าของทองคำจะกลายเป็น “ ศูนย์ ” นั้นแทบไม่มีเลย

ต้นทุนในการผลิตและขุดเจาะทองคำของเหมืองทอง นับวันก็ยิ่งแพงขึ้นเรื่อย ๆ นั่นทำให้ราคาทองคำปรับตัวแพงขึ้นมาตลอดในช่วงชีวิตของพวกเรา นอกจากการที่มัน “ ขุดยาก ” ขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ต้นทุนการทำเหมืองสูงมากแล้ว ความต้องการซื้อทองคำเพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็ไม่เคยลดลงไปเลย เนื่องจากทองคำเป็นสื่อเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าที่ดีที่สุด

  • ถ้าโลกยังต้องการเทคโนโลยี โลกก็จะยังต้องการทองคำเช่นเดียวกัน

นั้นคือเหตุผลเบื้องต้นที่ทำให้คนนิยมเทรดทองคำกันมาตลอด คุณจะได้เรียนรู้ประเด็นนี้เพิ่มเติมในหัวข้อ “ ปัจจัยพื้นฐานทองคำ ” แต่คุณอาจจะอยากรู้แล้วว่าเราจะทำกำไรจากการเทรดทองได้อย่างไรบ้าง ก่อนอื่นคุณควรทราบก่อนว่า ทองคำในตลาดโลกจะซื้อขายเป็น “ ดอลลาร์/ออนซ์ ” ซึ่งทำให้หน่วยของราคาเป็น USD ( ดอลลาร์สหรัฐ ) การจะทำกำไรจากการเทรดทอง มีได้ 2 กรณี

  1. Buy ที่ราคาต่ำ ๆ แล้วไปปิดคำสั่งที่ราคาที่สูงกว่า
  2. Sell ที่ราคาสูง ๆ แล้วไปปิดคำสั่งที่ราคาต่ำกว่า

กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets ( CFDs, ETFs, Shares ) คุณจะเห็นว่าหากเป็นกรณีของการเทรดทองออนไลน์ คุณจะเลือกทำกำไรจากทิศทางไหนก็ได้ หากราคาเป็นแนวโน้มขาขึ้นก็เลือก Buy แต่หากราคาเป็นแนวโน้มขาลงก็เลือกฝั่ง Sell ซึ่งหากเป็นการ Sell คุณก็ Sell ได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องถือครองแทงคำแท่งจริง ๆ มาก่อน ไม่ต้องมีการส่งมอบ จากตัวอย่างข้างต้น หาก Buy ที่ราคา 1920 USD แล้วปิดคำสั่งที่ราคา 2000 USD คุณจะได้กำไร 4 % คุณใช้เงินลงทุน 100 USD – เงินลงทุนจะกลายเป็น 104 USD แต่หากกรณีนี้คุณเพิ่มอัตราทดเป็น 10 เท่า หรือที่เรียกว่า Leverage 1:10 ผลกำไรของคุณจะกลายเป็น 140 USD การเพิ่มอัตราทดของเงินทุนเป็นคุณสมบัติของการเทรดออนไลน์ หรือ “ ทอง CFD ”

ทอง CFD คืออะไร

ในการเทรดทองออนไลน์ เผื่อที่เราจะไม่ต้องถือครอง “ ทองคำแท่ง ” กันจริง ๆ ตลาดสากลจึงพัฒนาสิ่งที่เป็นเหมือนใบสัญญาที่เรียกว่า “ CFD ” ( Contract for Difference ) ซึ่งเป็นตราสารอนุพันธ์แบบหนึ่ง คล้ายกับ ‘ฟิวเจอร์ส ‘ อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ “ CFD คืออะไร “ คุณสมบัติของ CFD ทำให้เทรดเดอร์สามารถเข้าเทรดสินค้านั้น ๆ รวมถึง ‘ทองคำ ‘ ได้ที่ราคาปัจจุบันของตลาดกลาง หรือเรียก “ Gold Spot ” ในขณะที่การซื้อทองคำแท่งจะมีค่าการเก็บรักษา ค่ากําเหน็จ ฯลฯ การเทรดทอง CFD จึงมีความได้เปรียบมากกว่า ทอง CFD จะอนุญาตให้เราสามารถทำกำไรได้ทั้ง “ ขาขึ้น ” และ “ ขาลง ” เราสามารถ Sell ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีสินค้าจริงอยู่ในมือ นอกจากนี้ ทอง CFD จะสามารถใช้ Leverage ได้มากกว่าฟิวเจอร์สทั่วไป สูงสุดที่ 1:500 ซึ่งการเทรด CFD เราจะต้องดาวน์โหลดแพลตฟอร์ม MT5 – คุณสามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี ! หลุมหลบ “เงินเฟ้อ” ทองคำ เป็นหนึ่งในสิ่งที่เรียกว่า ‘Precious Metal ‘ ซึ่งแปลว่า “ โลหะมีค่า ” หรือมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นสินค้าที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจ การผลิตในโลกอุตสาหกรรมใหม่ต้องใช้ทองคำเสมอ ดังนั้น ราคาทองคำ จึงต้องถูกเปรียบเทียบกับสกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่งเสมอ และจุดสำคัญของมันก็อยู่ตรงนี้เอง เพราะทุกครั้งที่เศรษฐกิจขยายตัว ราคาสินค้าจะแพงขึ้น เช่น อาหาร, ที่อยู่อาศัย, ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น เพราะผู้ขายย่อมคาดหวังว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจจะทำให้คนมีกำลังซื้อมากขึ้น ทั้งนี้ ‘ดัชนีราคาสินค้า ‘ ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง เราเรียกว่า “ เงินเฟ้อ ” ดังนั้นถ้าข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงขึ้น มันคือสภาวะที่ “ เงินเฟ้อสูงขึ้น ” จะเห็นว่า “ เงินเฟ้อ ” อยู่ตรงกันข้ามกับมูลค่าของ ‘เงินกระดาษ ‘ ( Fiat Currency ) เพราะนับวันราคาสินค้าก็แพงขึ้น ทำให้เงินกระดาษใช้ซื้อสินค้าได้น้อยลง แต่มันตรงกันข้ามกับ ‘ทองคำ ‘ เพราะทองคำก็เป็นสินค้าหนึ่งที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นวัตถุดิบสำคัญในวงกรการผลิต ราคาทองคำจึงเติบโตไปพร้อมๆ กับราคาข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ จะเห็นว่า คุณสมบัติสำคัญของทองคำ ไม่ใช่แค่มันเติบโตไปตามเงินเฟ้อเหมือนเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นๆ แต่เพราะด้วยตัวมันเองนั่น “ หายาก ” มีต้นทุนในการขุดเจาะที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ตลอดช่วงชีวิตของพวกเรา และกลายเป็น Safe Asset ที่จะคอยปกป้องความมั่งคั่งของเราจากสภาวะเงินเฟ้อ Gold, Weekly |ภาพรวมราคาทองคำปี 2015-2022 – Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets ( CFDs, ETFs, Shares ) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

SEE ALSO  Sulbing - Korea's Representative Dessert Café Chain | KoreabyMe

ตลาดทองเปิดกี่โมง

ตลาดทองเปิดให้ซื้อขายกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากการเทรดทองออนไลน์ คือ การซื้อขายจากตลาดสากล ( International Market ) จึงมีตลาดของแต่ละประเทศมารองรับและสร้างสภาพคล่องให้กับนักลงทุนอยู่เสมอ เมื่อตลาดหนึ่ง ๆ ปิดเซสชั่นลง ก็จะมีอีกตลาดของอีกประเทศเปิดให้ซื้อขายกันต่อ

ตลาดทองคําโลก เปิดกี่โมง?

ตลาด CME Comex คือตลาดแรกจริง ๆ ของวันที่เปิดให้เทรดทองได้ โดยเริ่มตั้งแต่ 05.00 น. ตามเวลาประเทศไทย แต่ตลาดจะมีการเคลื่อนไหวเบาบาง โดยปริมาณการซื้อขายจะเพิ่มมากขึ้นตอนตลาดญี่ปุ่นที่เปิดในช่วง 07.00 น. โดยรายละเอียดเวลา เปิด-ปิด ของตลาดทองทั้งหมดอยู่ในตารางด้านล่างนี้

  • Japan | ญี่ปุ่น : 7.00 – 13.30, 15.00 – 21.00
  • Shanghai | ตลาดทองหลักของจีน : 8.00 – 10.30, 12.30 – 14.00
  • Hong Kong | ฮ่องกง : 8.00 – 11.3, 13.3 – 16.00
  • India | อินเดีย : 11.30 – 1.00
  • London | ลอนดอน : 14.00 – 23.15
  • New York | นิวยอร์ก : 19.20 – 00.30
  • CME Comex | โคเม็กซ์ : 5.00 – 16.15

ช่วงเวลา 14.00 – 15.00 น. มักจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวของราคาที่มีนัยสำคัญ เนื่องจากเวลา 14.00 น. เป็นเวลาที่ตลาดทองลอนดอนได้เปิดทำการซื้อขาย ในขณะที่ตลาดเอเชียก็ยังเทรดกันอยู่ ดังนั้น ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเทรดทอง จึงเป็นช่วงเวลาประมาณ 14.00 – 24.00 น. เพราะเป็นช่วงที่มีสภาพคล่องมากที่สุด

ช่วงเวลาที่ไม่ควรเทรดทอง

โบรกเกอร์ Admiral Markets ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรการเงินสากล จำเป็นต้องทำตามแบบปฏิบัติเพื่อที่จะป้องกันความปลอดภัยในเงินลงทุนของนักลงทุน จึงไม่อนุญาตให้นักลงทุนเข้าซื้อขายได้ในเวลา 04.00 – 05.00 น. ตามเวลาประเทศไทย เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่ตลาดทองคำมีการซื้อขายที่เบาบาง หรือมี “ สภาพคล่องต่ำ ” การเทรดทองในช่วงเวลาดังกล่าวจะสามารถสร้างความเสียหายอันเนื่องมาจากสภาพคล่อง, การกระชากของราคา, ต้นทุนการเทรดที่ไม่คงที่ โดยรายการด้านล่าง คือ “ รอยต่อ ” ของแต่ละตลาด ซึ่งจะตอบคำถามได้ว่า ‘ตลาดทองเปิดกี่โมง ‘ และเราควรเทรดทองในช่วงเวลาไหนดี ?

วิเคราะห์ทองคำ

การวิเคราะห์ทองคำเพื่อประกอบการตัดสินใจเข้าลงทุนนั้น นักลงทุนนิยมแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาทองคำกับการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาทองคำ : ‘ปัจจัยพื้นฐาน’

มีหลาย ๆ ปัจจัยด้วยกันที่ส่งผลต่อราคาซื้อขายทองคำและบางปัจจัยก็อาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาด้วย อย่างไรก็ดี ปัจจัยหลัก ๆ ที่ส่งผลต่อราคาเทรดทองนั้น ได้แก่

  • ความไม่แน่นอนทางภูมิศาสตร์ ในช่วงที่เกิดภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกนั้น ทองคำดูจะมีราคาที่สูงขึ้นเนื่องจากนักลงทุนเลือกที่จะลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเช่นทองคำนั่นเอง ตัวอย่างเช่นในช่วงกลางปีพ.ศ. 2562 ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากวิกฤติสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ
  • อัตราดอกเบี้ย เทรดเดอร์และนักลงทุนหลาย ๆ คน ใช้ตลาดการเงินในการค้นหา ‘ผลตอบแทนที่เป็นเงิน’ ให้กับเงินลงทุนของตน ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น แรงซื้อทองคำก็จะมีน้อยลงเนื่องจากนักลงทุนจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าจากการลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อย่างเช่นสกุลเงินและพันธบัตร
  • ข้อมูลเศรษฐกิจโลก เนื่องจากทองคำถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยชนิดหนี่ง เมื่อเศรษฐกิจโลกมีความผันแปรอย่างมากก็อาจส่งผลต่ออุปสงค์ของทองคำได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเศรษฐกิจโลกไม่โตขึ้น นักลงทุนก็จะเริ่มกังวลว่าอาจเกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในไม่ช้านี้ และเลือกที่จะเทขายสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างเช่นตราสารทุน แล้วหันไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเช่นทองคำแทน
  • เงินดอลลาร์สหรัฐ การเปลี่ยนแปลงของค่าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐก็มีส่วนอย่างมากในราคาเทรดทอง เนื่องจากทองคำถูกกำหนดด้วยหน่วยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นหากเงินดอลลาร์สหรัฐตก ก็จะส่งผลให้ราคาทองคำดีดตัวสูงขึ้น ในทางกลับกันถ้าเงินดอลลาร์สหรัฐขึ้น ก็จะส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง
SEE ALSO  Actual evaluation of Hitachi EP-A5000 air purifier

ปัจจัยดังกล่าวเหล่านี้มาจากการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานซึ่งไม่ใช่เรื่องที่วิเคราะห์กันได้ง่าย ๆ เทรดเดอร์หลาย ๆ คนจึงเลือกที่จะรอให้ภาพรวมพื้นฐานปรากฏออกมาก่อน เพราะจะสามารถเห็นราคาที่เพิ่มขึ้นหรือตกลงได้อย่างชัดเจนในกราฟราคา การผนวกรวมการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้มาใช้วิเคราะห์ร่วมกันมีส่วนช่วยในการเทรดได้มากทีเดียว แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดส่วนบุคคลด้วยว่าเป็นแบบระยะสั้นหรือระยะยาว การเลือกสไตล์การเทรดมีความสำคัญไม่น้อยเพราะจะเป็นตัวกำหนดวิธีการลงทุนและการเทรดทองของคุณ เราได้กล่าวถึงการเทรด CFD ทองคำแบบคร่าว ๆ ไปแล้วข้างต้น และยังมีวิธีลงทุนทองคำวิธีอื่น ๆ ที่เราจะพูดถึงเพิ่มเติมต่อไปอีกด้วย

วิเคราะห์ราคาทองคำด้วย ‘ปัจจัยเทคนิค’

กลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองนั้นช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวิเคราะห์ราคาทองคำได้ว่าจะดำเนินไปในทิศทางใด เนื่องจากการวิเคราะห์ตลาดเพื่อเก็งกำไรนั้นมีหลายวิธีด้วยกัน การกำหนดหลักเกณฑ์ในการเทรดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการจัดระเบียบการเทรดตลอดระยะเวลาเทรด การวิเคราะห์ราคาตลาดทองคำนั้นมีหลายวิธีด้วยกัน อาทิเช่น

  • การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งเป็นการศึกษาข้อมูลทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับตลาดทองคำ ยกตัวอย่างเช่นในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากทองคำถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เทรดเดอร์ขั้นสูงก็จะทำการวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อหาจุดเข้าเปิดสถานะสัญญาซื้อขายทองคำเสียแต่เนิ่น ๆ รอทำกำไรจากราคาทองคำที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น
  • การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค เป็นการศึกษาราคาเพื่อระบุระดับราคาที่จะเข้าและออกจากตลาด การศึกษาราคาดังกล่าวนั้นจะใช้รูปแบบกราฟราคา, พฤติกรรมราคา และอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคสำหรับการเทรด ซึ่งจะมีการอธิบายเพิ่มเติมในส่วนกลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองต่อไปในบทความนี้

เริ่มเทรดทองโดย “ไร้ความเสี่ยง” กับบัญชีเงินจำลอ ง การเทรดทองนั้น แม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพเองก็นิยมเข้าไปฝึกฝนในระบบบัญชีเงินจำลอง หรือที่เรียกว่า “ Demo Account ” อยู่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นระบบที่จำลองเงินขึ้นมาเพื่อใช้เทรด

  • สามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ
  • สามารถใช้เครื่องมือเทรดและสัมผัสถึงสภาพแวดล้อมแบบบัญชีจริงทุกประการ
  • คำนวณกำไรขาดทุนเหมือนเงินจริงทุกประการ และคำนวณตามราคาตลาดจริงๆ

คุณสามารถฝึดเทรดได้เรื่อยๆ ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงเทคนิคการเทรดทองในระดับขั้นสูง โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ที่จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบประสบการณ์การเทรดของคุณเองได้ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีเงินจำลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

กลยุทธ์เทคนิคการเทรดทอง

หากจะกล่าวถึงการเทรดทองออนไลน์แล้ว นับว่าเป็นตลาดที่เหมาะกับกลยุทธ์เทคนิคการเทรดเกือบทุกประเภทเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเดย์เทรด, สวิงเทรด, เทรดแบบ Position Trading เป็นต้น การเทรดทองแบบเดย์เทรดนั้นได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากตลาดทองคำเปิดทำการเกือบ 24 ชั่วโมงต่อวัน, 5 วันต่อสัปดาห์ ทำให้เป็นหนึ่งในตลาดที่มีการซื้อขายคล่องที่สุดเลยทีเดียว แต่เนื่องจากราคาทองคำมักจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยหลาย ๆ ประการ อาทิเช่น ความตึงเครียดด้านภูมิศาสตร์, อัตราดอกเบี้ยและเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้พฤติกรรมราคาทองคำมีความผันผวนค่อนข้างมาก ราคาเทรดทองอาจแสดงให้เห็นถึงสภาวะตลาดแบบต่าง ๆ ในระยะเวลาสั้น ๆ ได้ด้วย เช่น เทรนด์ขาขึ้น, เทรนด์ขาลง และเทรนด์ราคาออกข้าง นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เทรดเดอร์บางคนเลือกที่จะใช้อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคอย่างเช่น Bollinger band มาใช้ในกลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองของตน Bollinger band จะช่วยบ่งชี้สภาวะตลาดที่เงียบเหงาและมักจะมีการเคลื่อนไหวราคาออกข้างเป็นแนวราบ รวมถึงบ่งชี้สภาวะตลาดที่มีความผันผวนมากและกำลังจะเป็นเทรนด์ในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง Bollinger band จะประกอบด้วยเส้น 3 เส้นด้วยกัน เส้นกลางคือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 20-วัน ( SMA ) ซึ่งใช้ในการคำนวณหาค่าของเส้นบนและเส้นล่างที่จะมีค่าเบี่ยงเบนพื้นฐานจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 20-วัน ( SMA ) คุณสามารถใช้งานอินดิเคเตอร์ Bollinger isthmus ได้ฟรีในแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader ของ Admiral Markets สามารถใส่อินดิเคเตอร์นี้ลงไปได้ตามขั้นตอนดังนี้

  1. เปิดแพลตฟอร์ม Admiral Markets MetaTrader ขึ้นมา
  2. หา ‘gold’ ในหน้าต่าง Market Watch (หรือกด Ctrl+M) ลากสัญลักษณ์ไปที่กราฟราคาแล้วปล่อย
  3. เลือก ‘Insert’ จากเมนูที่ด้านบนของแพลตฟอร์ม แล้วเลือก Indicator -> Trend -> Bollinger bands ดังที่แสดงด้านล่าง

เมื่อเลือกเสร็จเรียบร้อยแล้ว กล่องข้าง ๆ จะแสดงค่าเริ่มต้นของ Bollinger bands ให้กด OK เพียงเท่านี้คุณก็จะมี Bollinger band ในกราฟราคาทองคำดังที่แสดงในกราฟราคาทองคำแบบ 4-ชั่วโมงที่แสดงด้านล่าง Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้ ค่าเบี่ยงเบนพื้นฐานของ Bollinger dance band เป็นตัววัดความผันผวนของตลาดและมีหลาย ๆ หลักเกณฑ์ของ Bollinger band ที่เน้นไปที่พฤติกรรมราคาบริเวณเส้นบนและเส้นล่าง จากกราฟราคาด้านล่างนี้ จะเห็นว่ามีการพฤติกรรมราคาเด้งออก หรือการพลิกกลับของราคาหลาย ๆ ครั้งในเส้นบนและเส้นล่างของ Bollinger isthmus Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้ กล่องสีเหลืองแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมราคาเด้งกลับของเส้นล่าง Bollinger dance band ส่วนกล่องสีม่วงแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมราคาเด้งกลับของเส้นล่าง Bollinger band แต่การที่จะใช้กลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองแบบเดย์เทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นยังต้องมีหลักเกณฑ์อื่น ๆ มาช่วยอ่านค่ากราฟด้วย การใช้อินดิเคเตอร์เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่มาเป็นตัวค้นหาเทรนด์จะทำให้เทรดเดอร์สามารถระบุเทรนด์ตลาดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้สามารถจดจ่อกับการปรับกลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองแบบเดย์เทรดได้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น

  1. ถ้าราคาพุ่งทะลุขึ้นไปสูงกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาวอย่างเช่นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โพเนนเชียลแบบ 200-วัน เทรดเดอร์อาจเลือกเปิดแค่สถานะ long หรือซื้อ
  2. ถ้าราคาดิ่งลงไปต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาวอย่างเช่นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โพเนนเชียลแบบ 200-วัน เทรดเดอร์อาจเลือกเปิดแค่สถานะ short หรือขาย
SEE ALSO  Paradox Resort Phuket - SHA Plus, Karon Beach – Updated 2022 Prices

สามารถใส่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ลงไปในกราฟราคาได้เพียงคลิกที่ ‘Insert ‘ ในเมนูด้านบนของแพลตฟอร์มเทรด แล้วเลือก Indicators – > Trend – > Moving Average ดังที่แสดงด้านล่าง เมื่อเลือกเสร็จเรียบร้อยแล้ว กล่องด้านล่างจะปรากฏขึ้น เลือก 200 ใน Period เลือก Exponential ใน Method แล้วกำหนดสีที่ต้องการใช้ ( เช่น สีเขียว ) เพียงเท่านี้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โพเนนเชียลแบบ 200-วันก็จะปรากฏขึ้นบนกราฟราคาทองคำดังตัวอย่างด้านล่าง Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้ จากตัวอย่างข้างต้น ราคาทองคำอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อเป็นผู้คุมตลาด ดังนั้นเทรดเดอร์อาจเลือกที่จะเทรดเฉพาะเมื่อมีการพลิกกลับของราคาที่เส้น Bollinger band เส้นล่างดังที่แสดงด้วยกล่องสีเหลืองในตัวอย่างกราฟด้านบน ซึ่งเป็นอีกกลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองแบบเดย์เทรดอีกแบบหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากราคาทองมีการเด้งกลับจากเส้น Bollinger band เส้นล่างไปในทิศทางของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาวแบบ 200-วันจริง ๆ ใช้งาน MetaTrader 5 และเปิดบัญชีทดลองฟรี!

  • เปิดบัญชี Demo ได้ฟรี และเปิดใหม่ได้เรื่อย ๆ หากบัญชีหมดอายุ
  • เทรดตลาด Commodity สำคัญ ๆ ได้ครบทุกตัว ทองคำ, น้ำมัน, แร่ธรรมชาติ ฯลฯ
  • ฝึกลงทุนแบบนักลงทุน VI ด้วยพันธบัตรและกองทุน ETF ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น ARK, iShare, SPDR

การเปิดบัญชีกับ Admiral Markets นั้นสะดวกรวดเร็วมาก ๆ คุณเพียงกรอกแค่ชื่อกับอีเมลเท่านั้น คุณก็จะได้รับอีเมลรหัสสำหรับการเข้าเทรด และลิงค์สำหรับดาวน์โหลดโปรแกรมเทรด คลิกเปิดบัญชีที่แบนเนอร์ด้านล่างนี้ได้เลย

ข้อมูลเกี่ยวกับสื่อการวิเคราะห์: สื่อ, สารสนเทศที่ได้นำเสนอมีรายละเอียดที่เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์ การประเมินผลลัพธ์ การคาดการณ์และการพยากรณ์รายเดือนหรือรายสัปดาห์ รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่มีลักษณะของข้อมูลในรูปแบบเดียวกัน ( ต่อไปจะเรียกว่า “ การวิเคราะห์ ” ) ซึ่งได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของ Aglobe Investments Ltd. ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน โปรดศึกษาและพิจารณาข้อควรระวังดังต่อไปนี้

  1. นี่คือการสื่อสารทางการตลาด การวิเคราะห์ที่ถูกเผยแพร่ไปนั้น มีวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่สามารถตีความได้ว่าเป็นข้อเสนอแนะหรือคำแนะนำทางด้านการลงทุน ไม่ได้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความเป็นอิสระของการวิจัยการลงทุน (Independence of Investment Research) และไม่อยู่ภายใต้ข้อห้ามใด ๆ ในการจัดการก่อนการเผยแพร่การวิจัยการลงทุน
  2. การตัดสินใจลงทุนใดๆ ของลูกค้า เป็นการตัดสินใจแต่โดยลำพังของลูกค้าเอง ซึ่ง Aglobe Investments Ltd.จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการตัดสินใจดังกล่าว ไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะเป็นผลจาก “การวิเคราะห์” หรือไม่ก็ตาม
  3. ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าของเราและความเที่ยงธรรมของการวิเคราะห์ Aglobe Investments Ltd ได้กำหนดกระบวนการภายในที่เกี่ยวข้องสำหรับการป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  4. การวิเคราะห์จัดทำโดยนักวิเคราะห์อิสระ (นักวิเคราะห์) (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้เขียน”) เนื้อหาเป็นไปตามการประมาณการณ์ส่วนบุคคลของพวกเขา
  5. ในขณะที่ใช้ความพยายามอย่างสมเหตุสมผลเพื่อให้แน่ใจว่า แหล่งที่มาของเนื้อหาทั้งหมดมีความน่าเชื่อถือและมีการนำเสนอข้อมูลทั้งหมดในลักษณะที่เข้าใจได้ทันเวลา แม่นยำและครบถ้วนมากที่สุด อย่างไรก็ตาม Aglobe Investments Ltd ไม่รับประกันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของ ข้อมูลใด ๆ ที่อยู่ในการวิเคราะห์
  6. ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาหรือแบบจำลองใด ๆ ในอดีตของเครื่องมือทางการเงินที่ระบุไว้ในเนื้อหา ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการรับประกันโดยชัดแจ้งหรือโดยนัยโดย Aglobe Investments Ltd สำหรับผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นในอนาคต มูลค่าของตราสารทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นและลดลง ไม่มีการรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับมูลค่าสินทรัพย์ทั้งสิ้น
  7. ผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจ (รวมถึงสัญญาสำหรับความแตกต่าง; CFD) เป็นลักษณะของการเก็งกำไรและอาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียหรือกำไร ก่อนที่คุณจะเริ่มการซื้อขายโปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างถ่องแท้
beginning : https://usakairali.com
Category : Make up

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

https://www.antiquavox.it/live22-indonesia/ https://ogino.co.uk/wp-includes/slot-gacor/ https://overmarket.pl/wp-includes/slot-online/ https://www.amarfoundation.org/slot-gacor/