ข้อมูลท่องเที่ยว

 เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 4 วัน 3 คืน บอกเล่าเรื่องราว วิถีชีวิตผู้คน และความสวยงามของญี่ปุ่นผ่านภาพถ่ายสวย ๆ เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์เที่ยวญี่ปุ่นในมุมที่คุณอาจไม่เคยสัมผัสมาก่อน

“ญี่ปุ่น” ประเทศในฝันของใครหลายคน จริง ๆ แล้วการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยากนะคะ เพียงแค่คุณศึกษาและทำการบ้านให้ดี ๆ เราว่าน่าจะเป็นทริปท่องเที่ยวที่สนุกอีกทริปหนึ่งเลยทีเดียว เหมือนกับทริปเที่ยวญี่ปุ่นของ คุณ Aman Photographer สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่นำบันทึกการเดินทางมาบอกเล่าความประทับใจผ่านภาพถ่ายสวย ๆ ในการเที่ยวญี่ปุ่นตลอด 4 วัน 3 คืน ให้เราได้ชมกัน ทำให้ได้เห็นมุมมองและวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่น ที่ดูน่าเที่ยว น่าถ่ายรูปไปเสียทุกมุม จนอยากจะเก็บกระเป๋าขอลาหยุดไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเดี๋ยวนี้เลย อ๊ะ ๆ อย่ารอช้าตาม คุณ Aman Photographer ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันดีกว่า  ประเทศในฝันของใครหลายคน จริง ๆ แล้วการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยากนะคะ เพียงแค่คุณศึกษาและทำการบ้านให้ดี ๆ เราว่าน่าจะเป็นทริปท่องเที่ยวที่สนุกอีกทริปหนึ่งเลยทีเดียว เหมือนกับทริปเที่ยวญี่ปุ่นของที่นำบันทึกการเดินทางมาบอกเล่าความประทับใจผ่านภาพถ่ายสวย ๆ ในการเที่ยวญี่ปุ่นตลอด 4 วัน 3 คืน ให้เราได้ชมกัน ทำให้ได้เห็นมุมมองและวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่น ที่ดูน่าเที่ยว น่าถ่ายรูปไปเสียทุกมุม จนอยากจะเก็บกระเป๋าขอลาหยุดไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเดี๋ยวนี้เลย อ๊ะ ๆ อย่ารอช้าตาม คุณ Aman Photographer ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันดีกว่า


ขึ้นเครื่องปุ๊บแอร์สาวสวยก็จะให้เรากรอกใบ ตม.  ตั้งแต่บนเครื่องเลย รายละเอียดละเอียดมากกกกก ลองหา ๆ วิธีกรอกในกระทู้อื่นดูนะคะ


นั่งเครื่อง 6 ชั่วโมง ผ่านสภาพอากาศที่ดี ได้แสงเย็น ๆ มาบ้าง



  จนมาถึงสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น เวลาประมาณ 5 โมงเย็นค่ะ อากาศบอกเลยว่าแค่ในสนามบิน ก็ 0 องศาแล้วจ้า 



   จุดแรกที่เรามาถึงเลยคือเราต้องไปซื้อตั๋วรถไฟไปที่พักที่ ได้จองไว้ค่ะ นั่นก็คือเราต้องเลือกไปลงที่ Ueno Station นั่นเอง โดยเลือกใช้บริการของ Keisei Skyliner แต่เลือกซื้อของ Sky Access (สีส้ม) ในราคา 1,260¥



   ซื้อตั๋วเสร็จ เราก็เดินตามทางสายสีส้มไปรอรถไฟกัน




ยืนรอสักแป๊บหนึ่งรถไฟที่เราซื้อตั๋วไว้ก็มา


  สัมผัสแรกในการขึ้นรถไฟที่ญี่ปุ่นก็ตื่นเต้นนะครับ ขึ้นมาก็เลือกที่นั่ง ถ่ายรูปนู่นนี่นั่นไปเรื่อย



นั่งรถไฟประมาณ 40 หรือ 50 นาที นี่แหละ (ลืมเวลา ฮ่า ๆ) ก็มาถึงสถานี Ueno ค่ะ สัมผัสแรกที่มาถึงขอบอกเลยว่าหนาวมากกกกกก อากาศประมาณ -2 องศา จากนั้นก็เปิด Google Maps จับที่โรงแรมที่เราพักเลยค่ะ ระหว่างนั้นหนาว ๆ ก็ถ่ายรูปเมืองเค้าไปเรื่อย

SEE ALSO  Montien Hotel Surawong Bangkok - SHA Extra Plus, Bangkok – Updated 2022 Prices

บรรยากาศนี่โตรได้..






จากสถานี Ueno ไปที่ โรงแรม New Tohoku ประมาณ 8-900 เมตร เดินประมาณ 9-10 นาที ก็มาถึงที่โรงแรมแล้วค่ะ


 ขอถ่ายหน้าโรงแรมตอนกลางวันมาให้เห็นนะคะ ตอนกลางคืนลืมถ่ายไว้ หน้าตาเป็นแบบนี้


คุณลุงเจ้าของที่พักใจดีและน่ารักมากๆจ้าา พูดภาษาอังกฤษพอได้นิดหน่อย ก็ให้เราขึ้นมาพักที่ชั้น 2 ของโรงแรม ห้องก็เป็นแบบนี้เล็ก ๆ กะทัดรัดตามสไตล์ญี่ปุ่น





 เมื่อถึงห้องจัดการตัวเองเรียบร้อย ก็ออกไปหาร้านอาหารแถวที่พักนั้นแหละค่ะ เลือกกันอยู่หลายร้าน สุดท้ายก็มาจบที่ร้าน Isomaru Suisan Ameyoko จัดหนักเลยครับ วิธีการสั่งอาหารของร้านนี้ก็จะเป็นแท็บเล็ตเลือกอาหารที่เราต้องการครับ มีหลากหลายชนิด จนได้เมนูที่เราต้องการมานั่นก็คือกระดองปูย่าง ปลาหมึกกระทะร้อน ปลาชิมะฮอกเกะย่าง ข้าวผัด ข้าวกับมิโสะร้อน ๆ และคราฟท์เบียร์ญี่ปุ่นเย็น ๆ


  ราคาอาหารทั้งหมดก็ 6400¥ กินเสร็จแล้วเราก็เข้าที่พัก พร้อมจะลุยต่อในวันพรุ่งนี้ … Oyasuminasai ฝันดีครับ

Day 2

          เช้าแรกและวันที่ 2 ในญี่ปุ่น ตื่นขึ้นมาด้วยอากาศที่โคตรหนาววววว อาบน้ำเตรียมความพร้อมในการเดินทางวันนี้ แพลนวันนี้คือเราจะไป Kawaguchiko กัน เนื่องจากว่าเรามาเที่ยวกันวันธรรมดา เช้านี้คนญี่ปุ่นจะค่อนข้างเยอะพอสมควร



 เดินสักพักหนึ่งเราก็มาถึงที่ Ueno Station ขั้นตอนแรกเราต้องไปซื้อตั๋วรถไฟก่อนเลยครับ โดยผมเลือกใช้บริการของ JR Tokyo Wide Pass บัตรรถไฟราคา 10,000¥ แบบใช้ได้ 3 วันครับ ซึ่งเราสามารถนั่ง Shinkansen และรถไฟ JR ซึ่งเราจะนั่งกี่รอบก็ได้ บัตรนี้ผมว่าคุ้มนะ สำหรับคนที่จะไปเที่ยวรอบ ๆ โตเกียวหรือเมืองรอบ ๆ โตเกียว




   เมื่อซื้อตั๋วเสร็จเราก็เดินตามเส้นสีเขียว รถไฟสายสีเขียวไปค่ะ




 ขึ้นรถไฟจาก Ueno ไปลง Shinjuku ประมาณ 1 ชั่วโมง เราก็มาลงรถไฟที่สถานี Otsuki เพื่อ ต่อรถไฟไป Kawaguchiko โดยเดินตามป้ายไปขึ้นรถไฟน่ารัก ๆ Fujikyu Railway


  นี่ไงหน้าตาเจ้ารถไฟ Fujikyu Railway



ระหว่างทางก็มีหิมะเต็มเมืองไปหมด ก็หยิบกล้องมาถ่ายรูปไปเรื่อย


   นั่งรถไฟมาสักพักใหญ่เราก็เริ่มเห็นยอดฟูจิซังแล้ว




แค่มองจากบนรถก็สวยงามสมคำร่ำลือจริง ๆ ครับ นั่งมาอีกสักพักเราก็มาถึงที่สถานี Mt.Fuji เพื่อส่งคนลง จากนั้นรถไฟก็ถอยหลังยาว ๆ แล้วก็มาถึงสถานีปลายทางของเราแล้ว นั่นก็คือสถานี Kawaguchiko

SEE ALSO  Xem sex 9 Songs ซับไทย Xvideos - PhimSex99.Org





ลงจากรถไฟเราก็ไปซื้อตั๋วรถบัส Kawaguchiko-Saiko Sightseeing Bus เป็นบัตรนั่งรถเรโทรบัส เราสามารถนั่งได้รอบทะเลสาบเลย จะมีป้ายที่ลงทั้งหมด 21 ป้าย โดยที่หนูลงป้ายสุดท้ายเลยค่ะ ระหว่างทางก็จะเห็นภูเขาไฟฟูจิตลอดทางเล้ยย







  ครั้งแรกที่ได้มาเห็นถูเขาไฟฟูจิ มันสุดยอดนะ สวยงามมาก ๆ อากาศก็หนาวมาก ๆ เช่นกัน ไปชมกันค่ะ









  อากาศดีมากจนต้องซื้อเบียร์มานั่งกินกั

บเพื่อนๆ  ฟินสุดๆไปเลยค่ะ


ก่อนจากฟูจิซังไปก็ไม่รู้จะได้มีโอกาสมาอีกเมื่อไหร่ งั้นขอถ่ายรูปคู่กันหน่อยนะ ^^


หลังจากไปชมความสวยงามของฟูจิแล้ว ก็เดินทางไปต่อที่ Shinjuku ต่อเลยค่ะ โดยนั่งรถไฟสายเดิมนั่นแหละ ถึงชินจูกุแล้ว เมืองนี่คนเยอะมาก ๆ



   มาถึงแล้วก็หาของกินก่อนเลยค่ะหิวมากกก ก็เลยไปเจอร้านข้าวร้านหนึ่ง แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา เลยขออนุญาตตามหาร้านโดยใช้ Google Street View ตามหาแล้วแคปหน้าจอมาให้ดูค่ะ เมนูมื้อนี้เป็นข้าวหน้าเนื้อกับเบียร์ Kirin แก้เหนื่อย อิอิ




 ออกจากร้านข้าวหน้าเนื้อก็เดินเล่นสักพักใหญ่ เกิดอาการหิวอีกแล้ว เลยเข้าร้านซูชิต่อเลย 5555 ร้านนี้ชื่อร้าน Sushi Mamire ครับ เซตนี้ก็ประมาณ 2,000-3,000¥ โดยประมาณ



    หมดวันที่ 2 ด้วยความเหนื่อยล้า หนาวและอิ่ม ก็เดินทางกลับที่พักจากชินจูกุไปอูเอโนะ โดยรถไฟสาย JR เหมือนเดิม


Day 3

          เช้าวันที่ 3 ในญี่ปุ่น อุณหภูมิประมาณ -1 องศา วันนี้ผมมีโปรแกรมเดินทางไปที่ Takaragawa Onsen, Gunma โดยนั่งรถไฟ Shinkansen ครั้งแรกในชีวิต (ตื่นเต้น) การเดินทางก็ใช้บัตร JR Tokyo Wide Pass ครับ โดยนั่ง shinkansen ผมขึ้นจาก Ueno ไปลงที่ สถานี Jomokogen





          ระหว่างก็ถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ไปเรื่อย






 ประมาณชั่วโมงกว่า ๆ หรือ 2 ชั่วโมงนี่แหละ ก็มาถึงที่สถานี Jomokogen


จากนั้นเราก็ไปซื้อตั๋วรถบัสที่ Tourist Information เป็นตั๋ว Minakami Area Pass ค่ะ ใช้ได้ 3 วัน ราคา 2,000¥ หรือเราจะซื้อเป็นราคารวมแช่ออนเซ็นได้เลยค่ะ หรือจะไปซื้อที่นู่นเลยก็ได้



เมื่อได้ตั๋วรถแล้วเราก็มารอรถที่ป้าย Bus 1 เลยค่ะ เพื่อขึ้นรถบัสไปลงที่ Minakami และจากสถานี Minakami มาที่ Takaragawa onsen ประมาณ 45-50 นาที

SEE ALSO  Blues - Wikipedia




ระหว่างทางหิมะปกคลุมทุกพื้นที่ไปหมดเลยค่ะ ขาวไปหมด อากาศประมาณ -3 องศา





ใช้เวลาสักพักหนึ่งก็เดินทางมาถึงที่ Takaragawa onsen ค่ะ เป็นแหล่ง onsen ที่สวยมาก ๆ อยู่ในเขาท่ามกลางหิมะและธรรมชาติที่ดีเลยค่ะ ไปดูความสวยงามกันเลยค้าา








เถ่ายรูปกันเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาเติมพลังกันอีกแล้ววว
เถ่ายรูปกันเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาเติมพลังกันอีกแล้ววว

 อาหารที่สั่งมาก็หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ จำไม่ได้ว่าเรียกว่าอะไร แต่อร่อยมาก ๆ ราคาเซตนี้ก็ 2,000¥ ค่ะ


 ก่อนจากบรรยากาศแบบนี้ไป ก็ขอถ่ายรูปคู่ด้วยสักหน่อย ไว้เป็นความทรงจำดี ๆ ที่ได้มา



หลังจากชิล ๆ อยู่ในเมืองหิมะได้ 2-3 ชั่วโมง ก็เดินทางต่อไปที่ เมืองที่ใคร ๆ ต้องมา นั่นก็คือ Shibuya นั่นเอง



 เดินทางมาถึง Shibuya แล้ว โอ้โห ! สิ่งที่เห็น นี่หรือคนทำไมคนมันโคตรเยอะเลย และก็ถ่ายรูป Landmark ของ Shibuya ไว้เป็นที่ระทึก


   5 แยกในตำนาน


 เดินเล่นสักพักก็เริ่มหิว แล้วก็เจอร้านหนึ่งมาตามรีวิวค่ะ เป็นร้านเนื้อชื่อว่า Han no Daidokoro Kadochika Restaurant เป็นร้านอันดับต้น ๆ ใน Shinuya เลย ร้านอยู่บนตึก Dogenzaka ชั้น 4 ครับ ออกจากลิฟต์ก็เข้าร้านเลย 




 สมแล้วครับที่เป็นร้านแนะนำอันดับต้น ๆ ของ Tripadvisor อร่อยมาก ๆ เกิดมาก็พึ่งเคยกินเนื้อวากิว Yamagata Kobe Beef ที่อร่อยแบบนี้ครั้งแรกเหมือนกันนะ ราคามื้อนี้ก็อยู่ที่ 16,000¥ ค่ะ เพราะอร่อยจึงบอกต่อ … หลังจากอิ่มท้องก็เดินเล่นกันต่อเลย ถ่ายรูปช้อปปิ้งไปเรื่อย และก็ขอจบวันนี้ด้วยรูปถ่ายนะคะ








Tweet

เมื่อ 23 / 05 / 2562, อ่าน 1,729 ครั้ง

เมื่อ 23 / 05 / 2562, อ่าน 1,729 ครั้ง

source : https://usakairali.com
Category : Make up

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

https://www.antiquavox.it/live22-indonesia/ https://ogino.co.uk/wp-includes/slot-gacor/ https://overmarket.pl/wp-includes/slot-online/ https://www.amarfoundation.org/slot-gacor/