เมื่อเราเดินทางไปท่องเที่ยวที่ฮ่องกง ส่วนใหญ่เรามักจะนึกถึงอาหารสไตล์กวางตุ้งอร่อยๆ และการช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมหลากหลาย ณ เกาะที่เป็นดินแดน “ ปลอดภาษี ” แห่งนี้ จนอาจทำให้เราลืมนึกไปว่าอันที่จริงแล้วฮ่องกงนี่แหละคือแหล่งรวมของ ร้านเสื้อผ้าผู้ชาย สไตล์ Sartorial และ Classic Menswear ชั้นดี และมีคุณภาพที่ไม่ธรรมดา วันนี้ MenDetails ขอหยิบ 5 ร้านที่น่าสนใจมาแนะนำให้ผู้ชายที่รักการแต่งกายสไตล์นี้ได้ลองไปเยี่ยมชมกันดู เพื่อเป็นการเปิดหูเปิดตาสู่โลกใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องติดแบรนด์ใหญ่ แถมยังได้คุณภาพและความคลาสสิคที่เหนือกว่าอีกด้วยนะครับ

1. Ascot Chang (แอสคอต แชง)


ร้านแรกไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นขวัญใจของ MenDetails อย่าง Ascot Chang ที่เราได้เคยนำ Navy Linen Safari Jacket ของร้านนี้มารีวิวให้ชาว MenDetails ได้อ่านกันไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งในบ้านเกิดอย่าง Hong Kong นั้น ร้าน Ascot Chang มีสาขาอยู่ทั้งหมด 4 แห่ง แต่เราขอแนะนำให้ไปที่สาขาที่ใหญ่ที่สุดที่ชั้น 1F ของอาคาร Prince ’ s Building ในย่าน Central ใจกลางเกาะฮ่องกงนั่นเอง


Justin Chang ผู้บริหารและเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของร้าน Ascot Chang


Ascot Chang มีชื่อเสียงระดับโลกในเรื่องการตัดเย็บเสื้อเชิ้ตผู้ชายแบบ “ Bespoke ” ซึ่งมีรายละเอียดที่ทางร้านสามารถปรับให้พอดีเป๊ะกับตัวของเราได้มากที่สุด ด้วยประสบการณ์ที่ชำชอง Ascot Chang จึงสามารถวัดและปรับได้แม้กระทั่งความยาวแขนซ้ายและขวาที่ไม่เท่ากันของคนเรา ทางร้านก็จะตัดความยาวแขนมาให้พอดีเป๊ะได้เช่นกัน นอกจากเสื้อเชิ้ตแล้วก็จะมีชุดสูท, เสื้อสปอร์ตแจ็กเก็ต รวมทั้งเครื่องแต่งกายอื่น เช่น เข็มขัด, เนกไท, Pocket Square และแน่นอนเสื้อซาฟารีแจ็คเก็ต ซึ่งที่นี่มีครบทั้งหมดในราคาที่ประหยัดกว่าแบรนด์เนม แต่คุณภาพสูงกว่ามากมายนัก ใครอยากได้ของทุกอย่างครบ จบในที่เดียว ขอให้ตรงดิ่งมาที่ Ascot Chang ได้เลยครับ

2. The Anthology (ดิ แอนธอโลจี้)


จากร้าน bespoke shirt ระดับตำนานอย่าง Ascot Chang มาสู่ร้าน bespoke suit รุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง The Anthology จากการร่วมมือกันของ Andy Chong และ Buzz Tang ซึ่งถือเป็นคลื่นลูกใหม่ที่กำลังดังไปไกลในระดับนานาชาติ ขนาดที่สามารถไปเปิด trunk testify ของตัวเอง ณ ใจกลางกรุงลอนดอนได้ ต้องถือว่าเจ้านี้ไม่ธรรมดาแน่นอน

ชุดสูทของ The Anthology จะเป็นสูทในสไตล์อิตาเลี่ยน ที่ผสมผสานระหว่างความลำลองของ Neapolitan และความสง่างามในแบบ Florentine Cut พร้อมรายละเอียดการตัดเย็บที่ดีเกินคาด เช่น รังดุมแบบ Milanese เย็บด้วยมือ ที่ต้องใช้เวลาเย็บ 1-3 ชั่วโมงต่อ 1 รังดุม ชุดสูทของ The Anthology มีราคาเริ่มต้นราว 10,000 HKD หรือประมาณ 40,000 บาท โดยใช้ผ้า VBC ( Vitale Barberis Conanico ) ซึ่งถือว่าประหยัดมากสำหรับชุดสูทแบบ Bespoke อย่างไรก็ตามต้องใช้เวลาในการตัดเย็บและวัดตัวหลายครั้ง จึงเหมาะกับผู้ชายที่มีโอกาสเดินทางไปฮ่องกงเป็นประจำ

ร้านสูท The Anthology อาจจะหายากเล็กน้อยในครั้งแรก เพราะเป็น Office เล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนชั้น 7 ของตึกแถวเล็กๆ 1 ห้อง ที่มีชื่อว่า ‘On Wo Lane’ ทาง MenDetails แนะนำให้ส่งข้อความเข้าไปนัดเวลากับทีมงานก่อนที่จะเข้าไปติดต่อที่ออฟฟิศของพวกเขาจริงๆนะครับ

SEE ALSO  30 ที่พักสวยเกาะช้าง ปี 2022 ติดทะเล พักผ่อนสุดชิล ริมทะเลสีฟ้าคราม – CheckInChill

3. Prologue (โพรล็อค)


อีกหนึ่งคลื่นลูกใหม่ที่กำลังมาแรงอย่างยิ่ง เกิดจากกลุ่มสุภาพบุรุษได้แก่ Chris Tang, Jerry Tong และ Chiwang ที่รักและหลงใหลการแต่งกายสไตล์นี้ และอยากจะเปลี่ยนวัฒนธรรมความเป็น Tourist Tailor ของเกาะฮ่องกง ให้มาเน้นคุณภาพและความประณีตของงานตัดเย็บมากยิ่งขึ้น ร้าน Prologue เน้นที่สูทแบบที่ทางร้านเรียกว่า Semi-Bespoke ที่จะมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นจากการ Made to Measure แต่ไม่จู้จี้จุกจิกเหมือน Bespoke Suit สไตล์ของสูทที่ MenDetails ได้สัมผัสจะเป็น Florentine Cut เป็นหลัก แต่ใส่กลิ่นอายความลำลองลงไปด้วยการไม่เสริมฟองน้ำที่ไหล่ และจะตัดวงแขนค่อนข้างกว้าง เพื่อการสวมใส่ที่คล่องตัวและสบายมากขึ้น สูท Semi-Bespoke ของ Prologue ใช้เวลาในการตัดเย็บประมาณ 6-8 สัปดาห์ ในราคาเริ่มต้นที่ราว 9,000 HKD หรือ ประมาณ 36,500 บาท ด้วยผ้า Dugdale

Read more: ทริปตามฝัน 17วัน Switzerland & Italy โคตรประหยัด กินเห่ย นอนห่วย วิวเทพ งบ 65,000 !! – Chill Journey | Thai Travel & Lifestyle blog

SEE ALSO  P.O. Care Aloe Moisturizing Sun Block Lotion SPF50 Pa+++ ingredients (Explained)



นอกจากนี้ทางทีมงานอย่าง Chris Tong และ Quinton  ยังแยกมาเปิดเว็บไซต์สำหรับจำหน่ายเสื้อผ้าแบบ Ready to Wear ชื่อว่า WearNotTear.com สินค้าที่น่าสนใจคือเสื้อโปโลแบบ One Piece Collar ทั้งแบบ Spread และ Button Down กับคุณภาพและการตัดเย็บที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ราคาเริ่มที่ 1,299 HKD หรือราว 5,200 บาท ส่วนที่ตั้งของร้าน Prologue Menswear จะอยู่ใกล้ๆ กันกับร้าน The Anthology โดย Prologue จะมีหน้าร้านที่ให้คุณสามารถติดต่อได้สะดวกกว่า และมีเสื้อผ้าและรองเท้าสไตล์พร้อมใส่ หรือ Ready to wear ให้เลือกมากกว่า เราขอแนะนำสำหรับผู้ชายที่อยากเนี้ยบปนเซอร์นิดๆ ร้าน Prologue Menswear ร้านนี้มีของดีให้เลือกซื้อเพียบแน่นอนครับ

4. Refinery (รีไฟน์เนอรี่)


ร้าน  Refinery เป็นร้านที่มีแนวคิดที่น่าสนใจ เพราะ Co-Founder ของร้านอย่าง Curtis Ho อยากจะเปลี่ยนการใช้จ่ายเงินของคนฮ่องกง จากการที่เอาเงินจำนวนมากไปซื้อของแบรนด์เนมที่ส่วนใหญ่เป็นสินค้าแฟชั่น “มาไวไปไว” เปลี่ยนมาซื้อสินค้าในสไตล์คลาสสิคเพื่อให้แต่งตัวได้ดูดีและภูมิฐานมากยิ่งขึ้น The Refinery จึงเน้นการจำหน่ายเสื้อผ้าแบบ Ready to Wear ที่มีราคาค่อนข้างประหยัดเป็นสำคัญ เพื่อต้องการเป็น “ประตูบานแรก” สำหรับผู้ชายที่อยากจะปรับสไตล์ของตัวเองทุกคน
บาร์ ภายในร้าน The Refinery ที่ทางร้านต้องการให้เป็นที่นั่งสังสรรค์กับลูกค้า มากกว่าจะเน้นขายของอย่างเดียว
สินค้าที่ The Refinery เน้นจึงเป็นประเภทเสื้อแจ็กเก็ตเป็นหลัก เช่น เสื้อซาฟารีแจ็กเก็ต และเสื้อบอมเบอร์แจ็กเก็ต โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 1,880 HKD หรือราว 7,600 บาท ซึ่งประหยัดกว่าร้านอื่นเป็นเท่าตัว แม้คุณภาพและรายละเอียดของงานที่ MenDetails ได้สัมผัสจริงนั้น อาจยังไม่สามารถเทียบชั้นร้านอื่นๆใน List ได้ แต่เราเชื่อว่าที่ราคาระดับนี้ ถือเป็น Entry Level ที่น่าสนใจ ร้าน The Refinery มีอยู่สองสาขา โดยสาขาแรกตั้งอยู่ที่ย่าน Central ส่วนสาขาที่สองซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าและเป็นสาขาที่ MenDetails แวะไป จะอยู่ที่ย่าน Tsim Sha Tsui ( จิม ชา จุ่ย ) ชั้น 7 ตึก Taurus Building ไม่ไกลจากสถานีรถไฟใต้ดิน Tsim Sha Tsui เท่าไหร่นัก เดินได้สบายๆครับ

SEE ALSO  Argan oil - Wikipedia

5. The Armoury (ดิ อาร์เมอรี่)


ปิดท้ายทริปนี้ด้วยร้านที่โด่งดังที่สุดร้านหนึ่งในวงการ classical Menswear ของเกาะฮ่องกง นั่นคือร้าน The Armoury ซึ่งร้านนี้แตกต่างจากทั้ง 4 ร้านข้างต้นตรงที่ไม่มีการตัดเย็บเสื้อผ้าใดๆ ด้วยตัวเอง แต่ The Armoury ใช้วิธีการคัดเลือกแล้วนำสินค้าที่ “ เข้าตา ” มาจำหน่ายให้กับลูกค้า อีกทางหนึ่งคือการร่วมออกแบบเพื่อทำ Collaboration กับแบรนด์ดังๆ ทั่วโลก ทั้ง Baudoin & Lange, Ring Jacket หรือแม้แต่ Ascot Chang เองก็มาทำงาน Collab กับ The Armoury เช่นกัน

สินค้าของ The Armoury จึงมีครบถ้วนตั้งแต่หัวจรดเท้า และมักจะเป็นแบรนด์ “ โหด ” เป็นส่วนใหญ่ เช่นชุดสูทจาก Liverano & Liverano, Ciccio, Orazio Luciano กางเกงจาก Ambrosi Napoli, รองเท้าจาก Baudoin & Lange, Carmina Shoemaker, Saint Crispin เป็นต้น ร้าน The Armoury บนเกาะฮ่องกงมี 2 สาขา และตั้งอยู่ค่อนข้างใกล้กัน สาขาแรกอยู่ที่ชั้น 3 ของอาคาร Pedder Building ส่วนสาขาที่ 2 เพียงแค่ข้ามถนน Pedder Street ไปยังอาคาร Landmark Central ลงไปชั้นล่างก็จะเจออีกสาขาของ The Armoury แล้วล่ะครับ

ต้องยอมรับว่า ฮ่องกง เองก็เคยเป็นอย่างเมืองไทยในปัจจุบันที่อุดมไปด้วยร้านสูทและร้านเสื้อผ้าแบบ “ขอให้ถูกและเร็วไว้ก่อน” หรือที่เราเรียกว่า Tourist Tailor เช่นเดียวกัน แต่ในปัจจุบันกระแสของการเอาใจใส่ในเรื่องของการตัดเย็บและฝีมือของงานคือสิ่งที่กำลังครอบคลุมเกาะฮ่องกง และเราเชื่อว่าร้านเหล่านี้นี่แหละคือผู้เล่นคนสำคัญที่จะทำให้กระแสดังกล่าวได้รับความนิยมทั่วฮ่องกงและแผ่ออกยังประเทศรอบข้างในไม่ช้า แน่นอนว่ายังมีร้านเสื้อผ้าผู้ชายสไตล์ Classic Menswear ที่น่าสนใจอีกมากมายนักบนเกาะฮ่องกงแห่งนี้ และในโอกาสหน้า MenDetails จะหยิบนำมาฝากผู้อ่านทุกๆคนเพิ่มเติม รวมทั้งเราอาจมีการรีวิวสินค้าจากร้านเหล่านี้ในอนาคตอีกด้วย โปรดคอยติดตามชมกันนะครับ

informant : https://usakairali.com
Category : Make up

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

https://www.antiquavox.it/live22-indonesia/ https://ogino.co.uk/wp-includes/slot-gacor/ https://overmarket.pl/wp-includes/slot-online/ https://www.amarfoundation.org/slot-gacor/